สิ่งที่แฟนบอลต้องการ

  หลังการจากไปของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร แฟนๆ ของเรอัล มาดริดต่างวิตกกังวลกับทีมในฤดูกาลที่จะถึงนี้พอสมควร ซึ่งไม่ใช่แค่การจากไปของดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสเท่านั้น แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจากซีเนอดีน ซิดาน ที่พาทีม “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีครึ่งที่คุมทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว มาเป็นจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน ซึ่งแฟนบอลที่ต้องมาลุ้นระบบการเล่นและวิธีการเล่นใหม่ๆ ของทีมว่าจะถูกใจหรือเปล่าแล้ว ต้องมาลุ้นอีกว่าสโมสรจะได้ใครเข้ามาแทนที่ว่างของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ถูกขายไปให้กับยูเวนตุสในราคา 120 ล้านยูโร ซึ่งอันที่จริงบนโลกแห่งฟุตบอลมีนักเตะเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะทดแทนการขาดหายไปของเจ้าของหมายเลข 7 คนเก่าได้ ทั้งด้านของชื่อเสียง และประสิทธิภาพในการเล่น คือเนย์มาร์ หรือคิลิยัน เอ็มบัปเป้ 2 นักเตะของปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่ได้ออกมายืนยันแล้วว่าพวกเขาจะยังค้าแข้งอยู่ในเมืองหลวงของแดนน้ำหอมอีก 1 ฤดูกาลเป็นอย่างน้อย ส่วนอีกรายคือเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี ที่มีข่าวมาตลอดว่ากำลังเจรจาค่าตัวกันอยู่

แต่นักเตะเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลเรอัล มาดริดอยากจะได้เพื่อเข้ามาแทนที่ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยทางหนังสือพิมพ์มาร์ก้าซึ่งเป็นสื่อหลักของกรุงมาดริดประเทศสเปน ได้ทำโพลให้แฟนบอลเรอัล มาดริดโหวตกันว่าพวกเขาอยากได้ใครมาค้าแข้งในเมืองหลวงของประเทศสเปนแทน CR7 ซึ่งผลปรากฏว่าแฟนบอลกว่า 200,000 คนโหวตให้ทีมไปสอยแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้แทน ซึ่งหากมองในแง่ของผลงานการทำประตูตลอดหลายปีหลังที่ผ่านมาถือว่าแฮร์รี่ เคนตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้มากทีเดียว เพราะตลอด 4 ฤดูกาลหลัง กองหน้าวัย 24 ปีสามารถทำประตูให้ทีม “ไก่เดือยทอง” ได้ถึง 135 ประตูเลยทีเดียว

ปัญหาติดอยู่ที่ว่าแฮร์รี่ เคนพึ่งทำการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมจากกรุงลอนดอนไปไม่นานนี้ ทำให้การที่จะง้างเขาออกจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะดาวเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้รักสเปอร์แบบหัวปักหัวปำ รวมถึงการจะไปเจรจากับดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรของสเปอร์นั้นเป็นสิ่งที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริดเคยบอกไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่เจรจาด้วยเด็ดขาด เพราะความหน้าเลือดนั้นถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันเลยทีเดียว

บทความโดย  p8slot.com

4 Words

สิ่งที่ขาดหาย

    ได้คุมทีมอย่างเป็นทางการไปแล้ว 2 นัดสำหรับจูเลน โลเปเตกี กุนซือคนใหม่ที่เข้ามารับงานคุมทีมเรอัล มาดริดในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งการทำทีมของอดีตกุนซือทีมชาติสเปนจะยังคงเป็นทรงเดิมที่ทำทีมเกมรุก และครองบอลบุกตลอด เหมือนอย่างช่วงที่เขาคุมทีมชาติสเปนตลอด 2 ปีที่ผ่านมานั่นเอง ซึ่งก็คือการต่อบอลกันไปมาเป็นหลัก แล้วค่อยหาโอกาสในการทำประตู ซึ่งจะแตกต่างจากในยุคของกุนซือคนเก่าอย่างซีเนอดีน ซีดานเล็กน้อย แต่ในด้านคุณภาพของการทำประตู และความสำเร็จของทีมคงยังบอกอะไรได้ไม่มากนัก เรื่องจากพึ่งเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น แต่สิ่งที่เห็นจาก 2 นัดอย่างเป็นทางการที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะรวมถึงในช่วงพรีซีซั่นด้วยก็ได้ ก็คือการที่พวกเขายังขาดนักเตะที่ช่ำชองในการทำประตูนั่นเอง ซึ่งในส่วนนี้มันเคยเป็นหน้าที่ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงที่ทำประตูได้มากที่สุดของสโมสร และรับหน้าที่ในการสังหารประตูให้ทีมเป็นหลักตลอด 9 ปีที่ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสค้าแข้งอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ซึ่งจูเลน โลเปเตกี กุนซือวัย 51 ปีพยายาผลักดันให้ทางแกเร็ธ เบล และมาร์โก อเซนซิโอ สอดเข้าไปหาจังหวะในเขตโทษมากขึ้น เพื่อช่วยคาริม เบนเซ่ม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสที่ขาดสัญชาตยานในการทำประตูไปแล้ว โดยหวังจะแบ่งเบาภาระในการทำประตูแบบถัวเฉลี่ยกัน และไม่ต้องการให้มีใครคนใดคนหนึ่งรับหน้าที่ในการทำประตูอยู่คนเดียวเหมือนอย่างยุคก่อนๆ ซึ่งวิธีการเล่นแบบนี้ของเรอัล มาดริดเป็นการถอดแบบมาจากตอนที่เขาคุมทีมชาติสเปนมาเลยก็ว่าได้ และนักเตะที่เขาเลือกใช้งานก็เป็นเด็กในเครือที่เขาเคยเรียกติดทีมชาติสเปนแทบทั้งนั้น ทั้งมาร์โก อเซนซิโอ ลูคัส บาสเกวซ ดานี่ เซบาญอส เป็นต้น

สิ่งที่ขาดหายไปของเรอัล มาดริดชุดนี้ก็คือจอมถล่มประตูนั่นเอง ซึ่งพวกเขารู้อยู่แล้วด้วยว่าขาดนักเตะที่กระหายในการทำประตู แต่ว่าพวกเขาเลือกที่จะไม่ซื้อนักเตะเข้ามาเพิ่มในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งต้องดูว่าพวกเขาจะไปได้ไกลเพียงไหนกับนักเตะดาวรุ่งชุดนี้ของพวกเขา แต่ที่แน่ๆ คือแฟนบอลไม่ค่อยเห็นด้วยกับนโยบายการทำทีมแบบนี้ของทางเรอัล มาดริดแล้ว ซึ่งบอกได้จากยอดคนดูที่หายไปเกือบครึ่งในนัดแรกของฤดูกาล หลังจากที่ขาดนักเตะซุเปอร์สตาร์ภายในทีม

0 Words

ไม่กล้าเปลี่ยน

    ถึงแม้ว่า “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งยุโรป และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกใน 3 ฤดูกาลหลังสุดจะคว้าตัวธิบอต์ กูร์ตัวส์ นายประตูทีมชาติเบลเยี่ยมมาจากเชลซีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัวสูงถึง 35 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แต่ว่าหลังจากผ่านแมตช์อย่างเป็นทางการไปแล้ว 2 นัด ทั้งในศึกยูฟ่า ซุเปอร์ คัพที่พบกับแอตเลติโก มาดริด และแมตช์เปิดสนามของลา ลีก้าสเปนที่พบกับเกตาเฟ่ นายทวารมือ 1 ของทีมก็ยังคงเป็นเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูทีมชาติคอสตาริก้า ที่ยืนเฝ้าเสาเป็นมือ 1 ของทีมใน 3 ปีที่ผ่านมาอยู่ดี โดยในนัดที่ทำศึกชิงถ้วยยูฟ่า ซุเปอร์ คัพที่ประเทศเอสโตเนีย นายประตูวัย 26 ปียังไม่มีชื่ออยู่ในทีมด้วยซ้ำ ซึ่งอาจจะเนื่องจากพึ่งย้ายมาได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ จูเลน โลเปเตกี จึงยังไม่ส่งชื่อเขาลงทำการแข่งขัน และทำให้อดีตนายประตูของเชลซีต้องนั่งดูเพื่อนเล่นบนอัถจรรย์ไปก่อน ส่วนในเกมที่พบกับเกตาเฟ่ซึ่งเป็นเกมดาร์บี้ แมตช์ของเมืองมาดริด กุนซือคนใหม่ก็ยังให้เคย์ลอร์ นาบาสเป็นตัวจริงของทีมอยู่ และให้ธิบอต์ กูร์ตัวส์เป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ซึ่งถือว่าผิดความคาดหมายไปพอสมควรทีเดียว ที่ตอนแรกพวกเขาดึงนายด่านร่างโย่งมาร่วมทีมก็น่าจะได้เป็นมือ 1 ของถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวในฤดูกาลนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อน ซึ่งสถานการณ์คล้ายกับแบรนด์ เลโน่ นายประตูชาวเยอรมันของอาร์เซน่อลมากทีเดียว ที่ถูกซื้อมาด้วยค่าตัวที่สูง แต่กลับต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อนเช่นกัน

ซึ่งสื่อหลายๆ สำนักในสเปนต่างมองว่าจูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนอาจจะยังไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมือ 1 ของทีมในตอนนี้ เนื่องจากน่าจะมีนักเตะซีเนียร์ของทีมเรอัล มาดริดหลายๆ คนยังให้การสนับสนุนอดีตนายด่านของเลบานเต้ให้ทำหน้าที่ต่อไปอยู่ เพราะถือว่าร่วมหัวจมท้ายมากว่า 4 ปีแล้ว หลังจากนาบาสโด่งดังในศึกฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติคอสตาริก้า และย้ายมาร่วมทีมเรอัล มาดริดหลังจบทัวร์นาเม้นต์นั้น และอีกอย่างก็คือเคย์ลอร์ นาบาส ยังไม่ได้มีข้อผิดพลาดเลยด้วยซ้ำตั้งแต่ยืนเฝ้าเสาให้กับทางเรอัล มาดริดมา การที่กุนซือคนใหม่ที่เข้ามาจะมาเปลี่ยนมือ 1 ของทีมคงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมนักสำหรับเขา ถึงแม้ดูเหมือนว่าฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริดจะอยากเปลี่ยนมือ 1 ของทีมมานานแล้วก็ตาม

0 Words

คนดูหาย

  เริ่มประสบปัญหาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเลยทีเดียวสำหรับเรอัล มาดริดภายใต้กุนซือใหม่ที่ชื่อจูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน และเอฟซี ปอร์โต้ที่เข้ามารับงานต่อจากซีเนอดี ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสที่ทำความสำเร็จให้กับสโมสรอย่างมากมายในช่วง 2 ปีครึ่งที่เขากุมบังเหียนในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ทำให้เกิดความไม่มั่นใจของสาวก “มาดริดติสต้า” ด้วยว่ากุนซือวัย 51 ปีจะเข้ามาทำให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จได้อย่างยุคที่ซีดานคุมทีมหรือไม่ โดยนัดแรกของศึกลา ลีก้าสเปนที่พวกเขาทำศึกดาร์บี้ แมตช์ของกรุงมาดริดพบกับเกตาเฟ่ ทีมเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในเมืองมาดริดเช่นกัน แต่ว่ามีแฟนบอลยอมจ่ายเงินเข้ามาชมเกมในนัดนี้ไม่ถึง 50,000 คนด้วยซ้ำ ซึ่งถือว่าน้อยมากที่สุดในรอบหลายสิบปีเลยทีเดียว เนื่องจากสนามซานติอาโก้ เบอร์นาเบวสามารถจุคนดูได้ประมาณ 80,000 ด้วยซ้ำ แต่แฟนบอลกับเข้ามาชมเกมในสนามแค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมากมายว่าทำไมแฟนบอลถึงหายไปมากถึงเพียงนี้

นอกจากที่เรอัล มาดริดจะมีการเปลี่ยนตัวกุนซือใหม่จากซีเนอดี ซีดานมาเป็นจูเลน โลเปเตกีแล้ว พวกเขายังต้องเสียนักตะคนสำคัญที่สุดของทีมอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไปด้วย แต่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริดกลับไม่หานักเตะรายใหม่เข้ามาเสริมทีม ซึ่งถือว่าผิดวัศัยในการทำทีมของเขาเป็นอย่างมาก ที่จากแต่ก่อนเคยจะซื้อแต่นักเตะดาวดังระดับโลกเท่านั้น แต่ซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขากลับเสริมแต่นักเตะดาวรุ่งเข้ามาเพื่อเป็นอนาคตของทีม โดยมีนักเตะที่น่าจะมีชื่อเสียงที่สุดที่ทีมซื้อเข้ามาก็คือธิบอต์ กูร์ตัวส์ นายประตูทีมชาติเบลเยี่ยมจากเชลซี ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้เป็นตำแหน่งที่ทางเรอัล มาดริดต้องการเลยด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาก็ยังมีเคย์ลอร์ นาบาสอยู่แล้วทั้งคน แต่กลับไม่มีนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์เข้ามาแทนที่ในช่วงซัมเมอร์นี้เลย ถึงแม้ว่าจะมีข่าวกับเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซีอย่างหนัก หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกก็ตาม แต่ว่าพวกเขาดูเหมือนว่าไม่ได้จริงจังอะไรมาก ทำให้ไม่ได้ดาวดังเข้ามาร่วมทีม และทำให้แฟนบอลเรอัล มาดริดเหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับทีมในตอนนี้ และการไม่เข้าสนามในนัดเปิดฤดูกาล อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการประท้วงของแฟนบอลก็เป็นได้

 

1 Words

มือ 1 ของมาดริด

 ได้มีการเปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับธิบอต์ กุร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเบลเยี่ยม ที่ได้ย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริดสมใจอยาก หลังจากขอร้อง และวิงวอนมาตั้งแต่หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยเชลซีตกลงยอมขายนายด่านวัย 26 ปีให้กับเรอัล มาดริดด้วยค่าตัวประมาณ 35 ล้านปอนด์ และได้ยืมตัวมาเตโอ โควาซิช กองกลางทีมชาติโครเอเชียวัย 24 ปีมาร่วมทีมด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการดีลที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย หรือว่าสามฝ่ายเลยด้วยซ้ำ เมื่อทีม “ราชันย์ชุดขาว” อยากได้ผู้รักษาประตู ส่วนเชลซีกำลังต้องการกองกลาง ซึ่งก็ถือว่าได้ในสิ่งที่ต้องการกันทั้ง 3 ฝ่าย และเป็นทางเชลซีที่ต้องไปเสียเงินเพิ่มในการฉีกสัญญาเกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูจากแอตเลติก บิลเบาไปเฝ้าเสาในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์แทน ซึ่งก็ถือว่าเรื่องๆ วุ่นๆ ก็จบกันไปได้ด้วยดี

แต่เรื่องที่กำลังจะวุ่นตามมาก็คือการมาของธิบอต์ กูร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ที่ย้ายทีมมาด้วยมูลค่าถึง 35 ล้านปอนด์ และเหมือนว่าจะได้เป็นมือ 1 ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวโดยอัตโนมัติด้วย ซึ่งมือ 1 คนเก่าอย่างเคย์ลอร์ นาบาส ผู้รักษาประตูทีมชาติคอสตาริก้า ที่ก็มีดีกรี และช่วยให้ทีมสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ถึง 3 สมัยติดต่อกันด้วย ทำให้เริ่มเปิดศึกใส่กันตั้งแต่ยังไม่เจอหน้า และได้ซ้อมด้วยกันเลยด้วยซ้ำ ซึ่งคงต้องไปดูกึ๋นของจูเลน โลเปเตกี กุนซือคนใหม่ของทีมว่าจะมีวิธีการรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะผลงานของเคย์ลอร์ นาบาสที่ทำให้กับสโมสรทั้ง 4 ปีที่ผ่านมาก็ถือว่าสุดยอดเช่นกัน ถึงแม้ว่านายทวารรายใหม่ของทีมจะสดกว่า หนุ่มกว่า และทางด้านการตลาดอาจจะขายได้มากกว่าก็ตาม

สิ่งเดียวที่ทำให้ธิบอต์ กูร์ตัวส์ ตัดสินใจย้ายกลับมาค้าแข้งในเมืองมาดริดอีกครั้งก็คือการอยากได้อยู่ใกล้กับลูกสาวของเขาที่อาศัยอยู่กับภรรยาเก่าของเขาที่เมืองนี้ ทำให้เขาอยากกลับมาค้าแข้งในเมืองหลวงของประเทศสเปนอีกครั้ง หลังจากที่เขาเคยเล่นให้กับแอตเลติโก มาดริดมาแล้ว 3 ปี ตั้งแต่ปี 2011 เพื่อสั่งสมประสบการณ์ในตอนนั้น ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเชลซีตอนปี 2014 ซึ่งนายประตูทั้ง 2 คนของเรอัล มาดริดในตอนนี้มีความเหมือนกันคือย้ายมาอยู่กับสโมสรหลังจากทำผลงานได้ดีในศึกฟุตบอลโลกนั่นเอง โดยนาบาสตอนบอลโลก 2014 และกูร์ตัวส์ ในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด

1 Words

กลิ่นอาย “โรบินโญ่”

    นักเตะดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนในยุคนี้มักจะมีดาวดังระดับตำนานของทีมชาติบราซิลเป็นต้นแบบ และมักถูกบรรดาสื่อมวลชนมักให้ฉายาต่างๆ นาๆ ออกไป ซึ่งบางคนก็เก่งจริงบ้าง และไม่เก่งจริงบ้าง แต่ในรายของวินิซิอุส จูเนี่ยร์ ดาวเตะรายใหม่ของเรอัล มาดริด ที่พวกเขาไปจองไว้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ตั้งแต่ค้าแข้งกับแข้งกับฟลาเมงโก้ใหม่ๆ ซึ่งเขามีค่าตัวถึง 46 ล้านยูโร ซึ่งเขาถูกยกย่องให้เป็นโกลเด้น บอยของวงการฟุตบอลบราซิเลี่ยนในยุคใหม่นี้ด้วย ซึ่งเขาถูกยกย่องให้เป็นโกลเด้น บอยต่อจากเนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกตอนนี้         หลังจากที่เขาได้ลงสนามให้กับทางเรอัล มาดริดไปบ้างแล้วในช่วงพรีซีซั่น รวมถึงมีคลิปในช่วงซ้อมของทางทีม “ราชันย์ชุดขาว” ออกมาด้วย ซึ่งก็ต้องบอกว่าสมราคาทีเดียวกับคำยกย่องต่างๆ นาๆ ด้วยการที่เป็นดาวรุ่งอยู่ ทำให้ยังกล้าเล่นลูกพลิกแพลงต่างๆ รวมถึงลีลาการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจเวลาได้ครองบอลด้วย แต่เขาก็ยังมีปัญหาที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอีกหลายอย่าง เนื่องด้วยการที่เป็นนักเตะชาวบราซิเลี่ยนทำให้เขานั้นยังดูเหมือนเล่นเป็นทีมไม่ค่อยดีนัก และเหมือนเป็นบอลชายเดี่ยวเสียมากกว่า และยังมีการตัดสินใจที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงต้องใช้เวลา และประสบการณ์ในการลงสนามเยอะๆ ถึงจะช่วยได้มาก

การเล่นของวินิซิอุส จูเนี่ยร์ในตอนนี้ทำให้นึกย้อนไปถึงอดีตนักเตะบราซิเลี่ยนของรัล มาดริดคนหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือโรบินโญ่ อดีตนักเตะจอมลีลาทีมชาติบราซิลที่ถุกมองว่าตอนเป็นดาวรุ่งนั้นจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกแบบโรนัลโด้ ดาวยิงทีมชาติบราซิล หรือโรนัลดินโญ่ เพลย์เมคเกอร์รุ่นพี่ได้ แต่ด้วยลีลาการเล่นของเขา ที่ไม่นึกถึงการเล่นเป็นทีมเป็นสำคัญ และชอบโชว์ลีลาการลากเลื้อยสับขาหลอกมากเกินไป ทำให้เขาไม่สามารถใช้ทักษะที่มีให้เป็นประโยชน์ได้เลย ซึ่งจนถึงตอนนี้โรบินโญ่ในวัย 34 ปียังค้าแข้งอยู่กับซิวาสสปอร์ ทีมเล็กๆ ในซุเปอร์ลีกของตุรกีเท่านั้น ซึ่งหากวินิซิอุส จูเนี่ยร์ ไม่สามารถปรับทัศนคติในการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมได้ อนาคตของเขาอาจจะตามรุ่นพี่ไปผิดคนก็เป็นได้ ซึ่งคงต้องอยู่ที่การประคบประหงมของทางจูเลน โลเปเตกีแล้วว่าจะทำอย่างไรกับเด็กรายนี้ ซึ่งอดีตกุนซือทีมชาติสเปนมีประสบการณ์ในการทำงานกับเด็กดาวรุ่งมามากมาย น่าจะช่วยดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ได้มากทีเดียว

0 Words

ครั้งแรกที่ขาดบัลลง ดอร์

    จากการที่สโมสรเรอัล มาดริด โดยฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรตัดสินใจขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสออกจากทีม โดยได้ค่าตัวมาเพียง 120 ล้านยูโร แต่ทำให้พวกเขาต้องเสียดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร และดาวซัลโวตลอดกาลของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว พวกเขายังเสียสถิติที่ทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะไม่มีนักเตะบัลลง ดอร์ค้าแข้งอยู่กับทีมด้วยในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว ซึ่งครั้งหลังสุดที่พวกเขาไม่มีนักเตะบัลลง ดอร์อยู่ในทีมต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 1999-2000 เลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นพวกเขามีนักเตะที่คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ หรือรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปีอยู่กับทีมตลอด

ตั้งแต่ฤดูกาล 2000-2005 เรอัล มาดริดมีหลุยส์ ฟิโก้ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสที่ได้รางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 2000 อยู่กับทีมตลอด โดยในช่วงฤดูกาล 2004-2005 พวกเขายังมีไมเคิ่ล โอเว่น กองหน้าทีมชาติอังกฤษที่ได้รางวัลตอนปี 2001 มาร่วมทีมอีกคน นอกจากนั้นพวกเขายังมีซีเนอดีน ซีดาน เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศสที่ได้รางวัลในปี 1998 อยู่ในทีมช่วง 2001-2006 และมีโรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติบราซิลอยู่ตั้งแต่ 2002-2007 ซึ่งดาวยิงร่างอ้วนคว้าบัลลง ดอร์ได้ 2 ครังในปี 1997 และ 2002 และต่อด้วยฟาบิโอ คันนาวาโร่ ปราการหลังทีมชาติอิตาลีที่ได้รางวัลบัลลง ดอร์ตอนคว้าแชมป์โลกกับอิตาลีในปี 2006 และริคาร์โด้ กาก้า เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิลที่ได้ในปี 2007 และย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริดในปี 2009 และคนสุดท้ายล่าสุดก็คือคริสเตียโน่ โรนัลโด้นั่นเองที่ย้ายมาปีเดียวกับกาก้า และอยู่โยงในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวถึง 9 ฤดูกาล และกวาดรางวัลบัลลง ดอร์ไปได้ถึง 5 สมัย ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์เท่ากับลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าของบาร์เซโลน่านั่นเอง

สถิติการมีนักเตะบัลลง ดอร์อยู่ในทีมของเรอัล มาดริดอาจจะยังดำเนินต่อไปได้ หากในช่วงปลายปีนี้ที่จะมีการประกาศรางวัล แล้วรางวัลตกเป็นของลูก้า โมดริช เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย หรือว่าจะเป็นราฟาเอล วาราน ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสที่คว้าแชมป์โลกมาแล้ว รวมถึงคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับเรอัล มาดริดได้ด้วย ทำให้มีโอกาสได้รางวัลมากทีเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นมากก็ตาม ซึ่งก่อนหน้านี้มีนักเตตำแหน่งกองหลังได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยรายล่าสุดก็เป็นฟาบิโอ คันนาวาโร่ที่พาทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์โลกได้

5 Words

แบ็คขวาตัวจริง

                    หลังจากที่ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสจากไป ทำให้สถานการณ์ภายในทีมของเรอัล มาดริดเปลี่ยนไปด้วย เนื่องจากนักเตะชุดนี้ของีม “ราชันย์ชุดขาว” อยู่ภายใต้การดูแลของอดีตดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกมานานกว่า 2 ปีครึ่ง ทำให้ทุกอย่างที่ดูลงตัวอยู่แล้ว ต้องกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ในยุคของผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือของทีมชาติสเปน ที่เข้ามารังานคุมทีมก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้นไม่กี่วัน จนทำให้เขาต้องโดนปลดออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติสเปนก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นเพียง 2 วันเท่านั้น และน่าจะเป็นหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมชาติสเปนไปได้แค่เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

การเข้ามาคุมทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวของกุนซือวัย 51 ปีทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างภายในทีม เริ่มตั้งแต่การขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะคนสำคัญออกจากทีมไปให้กับยูเวนตุส และนำเงินที่ได้จากการขายกัปตันทีมชาติโปรตุเกสไปซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นทางอัลบาโร่ โอดริโอโซล่า แบ็คขวาดาวรุ่งดีกรีทีมชาติสเปนมาจากเรอัล โซเซียดาด ด้วยค่าตัวถึง 30 ล้านยูโร ที่กุนซือวัย 51 ปีดูท่าจะชอบเป็นพิเศษ เนื่องจากตอนสมัยที่เขาคุมทีมชาติสเปนก็เป็นคนเรียกดาวเตะวัย 22 ปีมาติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว และติดไปทั้งหมด 4 ครั้งในยุคของเขา และกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ทำให้สถานการณ์การแย่งตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงร้อนระอุมาก เพราะเรอัล มาดริดมีดานี่ การ์บาฆาล ที่เป็นแบ็คขวาตัวจริงของทีม และของทีมชาติสเปนอยู่แล้ว ซึ่งไม่แน่ใจว่าโลโปเตกีซื้อโอดริโอโซล่ามาเป็นตัวสแตนด์บายในกรณีที่ดาวเตะวัย 26 ปีบาดเจ็บ หรือว่าจะให้มาแย่งตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาลนี้เลยทันที ซึ่งก่อนหน้านี้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” มีแบ็คขวาอีกคนคืออาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็คขวาดาวรุ่งทีมชาติโมร็อคโกที่ไปเล่นฟุตบอลโลกที่ผ่านมาด้วย แต่สโมสรตัดสินใจปล่อยให้กับโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทีมจากบุนเดสลีก้า เยอรมันยืมตัวไปใช้งานก่อน 2 ฤดูกาล แต่พวกเขาก็ยังมีนาโช่ กองหลังสารพัดประโยชน์ที่ก็สามารถเล่นเป็นแบ็คขวาได้ด้วย ทำให้ตัวเลือกในตำแหน่งแบ็คขวาถือว่ามากทีเดียว ซึ่งยังไม่แน่ว่ากุนซือคนใหม่จะใช้ใครเป็นตัวหลัก ซึ่งดานี่ การ์บาฆาลมักจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งด้วย ทำให้ดาวเตะคนใหม่มีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียว

0 Words

ดาวยิงชุดขาว

            การที่ต้องเสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ไปให้กับยูเวนตุส โดยได้ค่าตัวมาเพียง 120 ล้านยูโร ซึ่งในยุคนี้ถือว่าไม่สูงเลย หากมองจากสิ่งที่โรนัลโด้ทำให้กับเรอัล มาดริดมาโดยตลอด ถึงแม้ปีนี้เขาจะอายุ 33 ปีแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่จะขาดหายไปจากการขาดนักเตะเจ้าของบัลลง ดอร์ 5 สมัยก็คือนักเตะที่จะทำประตูให้ทีม 40-50 ประตูต่อฤดูกาลซึ่งจะหาคนมาทดแทนได้ยากมาก ซึ่งเขาสร้างสถิติกับเรอัล มาดริดไว้มากมาย ทั้งเป็นนักเตะที่ยิงประตูมากสุดในประวัติศาสตร์สโมสร และยังเป็นดาวยิงสูงสุดของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในตอนนี้ด้วย

ถึงแม้ว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะมีข่าวกับเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี ที่พวกเขาเล็งที่จะคว้าตัวเพื่อมาแทนที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และถึงแม้หากว่าจะได้ตัวมาร่วมทีมจริงดาวเตะหมายเลข 10 ของทีมชาตเบลเยี่ยมและของเชลซีก็ไม่สามารถเข้ามาทดแทนการทำประตูของโรนัลโด้ได้ เพราะตลอด 6 ฤดูกาลที่เล่นให้กับเชลซี เพลย์เมคเกอร์วยั 27 ไม่สามารถยิงได้ถึง 20 ประตูในแต่ละฤดูกาลด้วยซ้ำ เพราะอาซาร์ไม่ใช่นักเตะประเภทที่ยิงเป็นเข้าเหมือนอย่างอดีตนักเตะหมายเลข 7 ของทีมทำได้ตลอด 9 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ซึ่งแม้แต่แกเร็ธ เบล นักเตะที่เคยค่าตัวแพงที่สุดในโลกก็ไม่อาจจะมาทดแทนการขาดหายไปของโรนัลโด้ ทำให้หากทีมต้องการจะหาดาวยิงจอมถล่มประตูจริงๆ คงต้องไปหาซื้อมาใหม่

นักเตะที่พอจะมีความเป็นไปได้ในการย้ายทีมในซัมเมอร์นี้ หากต้องตัดเนย์มาร์ และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่าจะไม่ย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ก็จะมีเอดินสัน กาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเหมือน 2 รายแรกนี่แหละ ที่มีความเหมาะสม ทั้งเรื่องของอายุที่ปาไป 31 ปีแล้ว ทำให้ราคาน่าจะไม่สูงมาก และดูเหมือนกาวานี่เองก็อยากจะย้ายออกจากทีมในเมืองหลวงของฝรั่งเศสด้วย เนื่องจากปีที่แล้วเขาก็เคยบาดหมางกับเนย์มาร์อยู่ด้วย ทำให้มีโอกาสมากทีเดียวหากเรอัล มาดริดสนใจจะคว้าตัวจริง ซึ่งกาวานี่ถือว่าเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้ดีทีเดียวในระยะหลัง ถึงแม้ว่าช่วงก่อนหน้านี้มักจะใช้โอกาสค่อนข้างเปลืองมาตลอด และหาก “ราชันย์ชุดขาว” ได้คาวานี่มาร่วมทีมจริง เขาน่าจะแบ่งเบาการทำประตูของทีมลงได้ประมาณ 30 ประตูต่อฤดูกาล ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับกองหน้าทีมชาติอุรุกวัย

1 Words

ความเสี่ยงที่อาจคุ้มค่า

    จากกรณีที่เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปตัดสินใจขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะหมายเลข 1 องทีม และน่าจะของโลกด้วย ไปให้กับยูเวนตุสทีมดังในกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยค่าตัวประมาณ 120 ล้านยูโร ต่างก็มีกระแสข่าวต่างๆ นาๆ ว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะต้องหาตัวแทนของโรนัลโด้ เพื่อมาสวมหมายเลข 7 คนใหม่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวให้ได้ ว่าจะต้องเป็นเนย์มาร์ คิลิยัน เอ็มบัปเป้  2 ดาวเตะจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี  แต่ความหวังจริงๆ ของเรอัล มาดริด อาจจะไปอยู่ที่วินิซิอุส จูเนี่ยร์ กองหน้าดาวรุงชาวบราซิเลี่ยนวัย 18 ปี ที่เรอัล มาดริดไปเซ็นต์สัญญาจองตัวไว้ตั้งแต่พฤษภาคมปีที่แล้วก็ได้ โดยเรอัล มาดริดยอมทุ่มเงินถึง 46 ล้านยูโรเพื่อเซ็นต์สัญญากับหมอนี่ที่ตอนนั้นวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น ทำให้ยังไม่สามารถย้ายทีมข้ามประเทศได้ มาดริดเลยไปตีตราจองไว้ก่อน โดยตัดหน้าทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมที่สนใจเจ้าหมอนี่เช่นกัน และถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงอันดับ 2 ในการซื้อขายของบราซิล รองจากเนย์มาร์ตอนย้ายจากซานโตสมาอยู่กับบาร์เซโลน่า

หลังจากมีข่าวการเซ็นต์สัญญากับเรอัล มาดริด วินิซิอุส จูเนี่ยร์เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น และเริ่มมีไฮไลท์การเล่นออกมาให้ชมเรื่อยๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเด็กคนนี้ความสามารถจัดจ้านทีเดียว อยู่ที่ว่าคนเป็นโค๊ชจะใช้งานเขาอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเขาถูกมองว่าเป็นโกลเด้น บอยของวงการฟุตบอลบราซิลในยุคนี้เลยทีเดียว ต่อจากเนย์มาร์ที่เคยถูกยกย่องในช่วงที่เป็นดาวรุ่ง

ด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่วินิซิอุส จูเนี่ยร์ ก็ได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการช่วยทีมชาติบราซิลชุดยู 15 และยู 17 คว้าแชมป์โกปา อเมริกามาแล้ว และเขายังเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม และดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นต์ตอนอายุ 17 ปีด้วย ซึ่งถึงแม้กรซื้อนักเตะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยค่าตัวเกือบครึ่งร้อยล้าน อาจจะเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก แต่ดูจากทรงแล้ว หากเจ้าตัวไม่ไปทำให้ตัวเองเสียคนไปซะก่อน เรอัล มาดริดอาจจะได้ตัวแทนคริสเตียโน่ โรนัลโด้มาไว้ในมือแล้วก็ได้ เพียงแค่รอเวลาในการขัดเกลาซักหน่อย รวมถึงสั่งสมประสบการณ์ และลิ้มรสกับฟุตบอลระดับยุโรปซักนิด น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียวสำหรับดีลนี้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับจูเลน โลโปเตกี กุนซือคนใหม่ของทีมด้วยว่าจะให้โอกาสเขามากน้อยเพียงใดในฤดูกาลนี้

0 Words