ตัวแทนโมดริช

    หลังจากที่ย้ายจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไปค้าแข้งในลา ลีก้า สเปน กับเรอัล มาดริด ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ปี 2012 ในยุคการคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส ตั้งแต่นั้นมาเขาก็กลายเป็นนักเตะตัวหลักในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวมาโดยตลอด ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนกุนซือไปกี่คนก็ตาม และได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อหมายเลขสำคัญอย่างหมายเลข 10 อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าเขามีความสำคัญกับทีมมากพอๆ กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จอมถล่มประตูของทีมเลยทีเดียว ถึงแม้ผลงานการทำประตู หรือการแอสซิสต์จะไม่ได้โดดเด่นเหมือนอย่างกองกลางรายอื่นก็ตาม แต่เขามีส่วนสำคัญกับเกมการเล่นของทีม “ราชันย์ชุดขาว” มาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคการคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือผู้พาทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ฤดูกาล จากการคุมทีมเพียง 3 ปีเท่านั้น โดยเขาเริ่มโดดเด่นขึ้นมาเรื่อยๆ หลังจากการคุมทีมของซีดาน โดยมีคาเซมิโร่ ตัวตัดเกมชาวบราซิเลี่ยน และโทนี่ โครสส์ ตัวโฮลด์บอลชาวเยอรมัน ที่เล่นประสานงานกันได้อย่างลงตัว

แต่ด้วยวัย 32 ปีของลูก้า โมดริช ทำให้เขาถูกมองว่าอาจจะเล่นด้วยฟอร์มที่สุดยอดแบบนี้ได้อีกไม่กี่ปี ทำให้เรอัล มาดริดคงต้องมองหาตัวแทนดาวเตะยอดเยี่ยมของศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาเข้ามาเตรียมสแตนด์บาย แต่จนถึงตอนนี้ในทีม “ราชันย์ชุดขาว” ยังไม่มีนักเตะที่พอจะแทนที่โมดริชอยู่ในทีมเลย ถึงแม้พวกเขาจะมีมาเตโอ โควาซิช กองกลางรุ่นน้องทีมชาติโครเอเชีย ที่เหมือนจะถอดแบบมาจากโมดริชก็ตาม แต่เหมือนว่าจะเป็นของปลอมทำเหมือนซะมากกว่า เพราะว่าคุณภาพยังไม่ใกล้เคียงกับของจริงเลยแม้แต่น้อย หรือว่าจะเป็นดานี่ เซบาญอส เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งที่พาทีมชาติสเปนชุดยู 21 เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยู 21 ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเมื่อปี 2017 โดยเขาได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ด้วย และหลังจากนั้นเรอัล มาดริด ก็ปาดหน้าบาร์เซโลน่าคว้าลายเซ็นต์มาได้สำเร็จ แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วยังได้โอกาสลงสนามน้อยไปหน่อย แต่ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี อาจจะได้โอกาสลงสนามมากขึ้นเมื่อกุนซือเปลี่ยนเป็นฆูเลน โลโปเตกี ที่เคยทำทีมชาติสเปนชุดเยาวชนมาก่อน ถึงแม้จะไม่ทันกันก็ตาม แต่กุนซือวัย 51 ปี ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มักให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมอๆ และหากเซบาญอสทำผลงานได้ดี เรอัล มาดริดอาจจะไม่ต้องหาตัวแทนลูก้า โมดริชใหม่ก็ได้

0 Words

ศึกชิง “ฮาเมส”

     สถานการณ์ของฮาเมส โรดรเกส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก ภายในระยะเวลาเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น จากการที่ถูกเมินไม่มีทีมสนใจทั้งเรอัล มาดริด ที่พยายามจะขายเขาออกจากทีม ส่วนทีมอื่นที่สนใจคว้าตัวก็ไม่สู้ราคาที่ทางทีม “ราชันย์ชุดขาว” ตั้งไว้ จนสุดท้ายบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีก้า เยอรมัน ตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้เรอัล มาดริดพิจารณาด้วยสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาล และออปชั่นในการซื้อขาดในภายหลังด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร หากพอใจในผลงานของดาวเตะวัย 27 ปี ซึ่งฮาเมสไม่มีทางเลือกมากนัก ทำให้ต้องไปค้าแข้งในศึกบุนเดสลีก้า โดยการไปอยู่กับเจ้านายเก่าอย่างคาร์โล อันเชล็อตติ ที่เป็นคนซื้อเขามาอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวด้วย ทำให้เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผันอีกครั้ง เมื่อกุนซือชาวอิตาเลี่ยนพาทีมทำผลงานไม่ดี ทำให้ถูกบอร์ดบริหารปลดจากตำแหน่งกุนซือในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว และแต่งตั้งจุ๊ป ไฮน์เกส กุนซือจอมเก๋าเข้ามารักษาการแทน และฮาเมส โรดริเกส ยังโชคดีที่กุนซือเสือเฒ่ายังไว้วางใจให้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ช่วยพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้สำเร็จอย่างขาดลอย ทำให้ชื่อของเขากลับถูกให้ความสนใจอีกครั้ง แต่โอกาสที่จะกลับมายังดินแดนสเปนก็ยังมืดมิดเมื่อซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสยังพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกครั้ง

แต่แล้วฟ้าก็ยังเป็นใจให้กับเพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เมื่อกุนซือหัวเหม่งประกาศอำลาจากตำแหน่งเก้าอี้กุนซือซะอย่างงั้น และทีมได้แต่งตั้งจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนเข้ามาทำหน้าที่แทน และกุนซือคนใหม่แสดงความชัดเจนทันทีว่าเขาต้องการให้ฮาเมสกลับมาค้าแข้งในเมืองหลวงแห่งแดนกระทิงดุอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ถึงแม้สัญญายืมตัวของเขาจะเหลืออีก 1 ฤดูกาลก็ตาม ซึ่งตอนนี้ทางบาเยิร์น มิวนิค ก็อยากจะซื้อขาดมาค้าแข้งในเมืองเบียร์อย่างถาวรด้วย ทำให้ตอนนี้เป็นศึกแย่งชิงตัวอดีตดาวเตะของเอฟซี ปอร์โต้ซะแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าสัญญายืมตัวที่ 2 สโมสรทำขึ้นนั้นใครมีอำนาจเหนือกว่าในสิทธิ์ของฮาเมสในตอนนี้ เพราะหากในสัญญาระบุว่าหากบาเยิร์น มิวนิค ยื่นข้อเสนอในราคาที่ตกลงกันไว้ 42 ล้านยูโร เรอัล มาดริดก็ต้องยอมปล่อยนักเตะแบบไม่มีทางเลือก แต่หากไม่มีเงื่อนไขนี้ในสัญญาเรอัล มาดริดก็สามารถเรียกนักเตะกลับคืนได้ทันที

0 Words

เคย์ลอร์ นาบาส นายประตูที่ถูกมองข้าม

    “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลยุโรปในเวลานี้ ตกเป็นข่าวว่าต้องการคว้าตัวผู้รักษาประตูระดับโลกเข้ามายังถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวโดยตลอด หลังจากที่หมดยุคของอิเกร์ กาซิยาส นายประตูระดับตำนานของสโมสร ที่ย้ายออกจากทีมไปอยู่กับเอฟซี ปอร์โต้ เมื่อปี 2015 ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูจอมหนึบทีมชาติคอสตาริก้าอยู่ในทีมแล้วก็ตาม

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ซึ่งชื่นชอบการซื้อนักเตะที่จะสร้างความฮือฮาให้กับสโมสร และมองหานักเตะระดับโลกมาร่วมงานด้วยอยู่ตลอดเวลา ตกเป็นข่าวว่าต้องการผู้รักษาประตูชั้นนำมาร่วมทีมโดยตลอด โดยเฉพาะดาบิด เด เกอา ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติสเปนคนปัจจุบัน ที่ตกเป็นข่าวกับพวกเขาแทบทุกช่วงปิดฤดูกาลมาตลอด 5 ปีหลังสุด และเกือบได้ตัวมาร่วมทีมแล้วด้วยเมื่อปี 2015 แต่ดีลดันล่มไปเสียก่อนในวันที่ตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลงพอดี ทำให้พวกเขาต้องดันเคย์ลอร์ นาบาส ขึ้นมาเป็นมือ 1 ของทีมแบบไม่มีทางเลือก แต่นายประตูที่ถูกซื้อตัวมาจากเลบานเต้หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลด้วยค่าตัวประมาณ 10 ล้านยูโรแบบไม่ได้ถูกคาดหวังมากนัก กลับทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่อยู่ในเมืองหลวงของแดนกระทิงดุ แต่ก็ยังมีข่าวว่ายังไม่เป็นที่พอใจสำหรับฝ่ายบริหารของทีม เนื่องจากชื่อชั้นของเขาไม่ใช่ระดับซุเปอร์สตาร์  ซึ่งทางนาบาสก็ไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด โดยเขายังคงตั้งใจทำงานในสนาม และเอาผลงานตอกหน้าพวกที่มาวิจารย์เขาให้หน้าหงายด้วยการเป็นมือ 1 ของทีมมาตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุดที่เรอัล มาดริดสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 3 สมัยซ้อน ซึ่งน่าจะทำให้ทีมเห็นคุณค่าและความสามารถในตัวของเขามากขึ้น แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ซัมเมอร์นี้ก็ยังมิวายว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” ยังสนใจที่จะคว้าตัวนายประตูอยู่ ทั้งอัลลัซอน เบ็คเกอร์ มือ 1 ทีมชาติบราซิลจากโรม่า และธิบอต์ กูร์ตัวส์ ประตูทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซีด้วย ซึ่งหากมีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง ทำให้โอกาสการลงสนามของประตูทีมชาติคอสตาริก้าจะเริ่มหายไปทันที และมีโอกาสสูงทีเดียวที่เขาอาจจะขอย้ายทีมก็เป็นได้ เพราะในเมื่อเขาโชว์ฟอร์มได้ดีแค่ไหน ก็ยังถูกมองข้ามเป็นเพียงผู้รักษาประตูที่คั่นเวลาเท่านั้น ซึ่งอันที่จริงวัย 31 ปีถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสดและปฏิกิริยาที่ยังดีอยู่แล้ว ยังมีประสบการณ์การอ่านเกมที่เข้ามาเติมเต็มอีกด้วย

 

1 Words

ตัวแทนโรนัลโด้

    หลังจากที่เกิดดีลช็อควงการฟุตบอล ที่ “ราชันย์ชุดขาว” ตัดสินใจรับข้อเสนอ 105 ล้านปอนด์ ของทางยูเวนตุส ที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวไปร่วมทีมแล้ว ทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมายว่าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อน จะไปสอยดาวดังรายไหนมาแทนที่ของดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสร ซึ่งมีแคนดิเดตอยู่แค่ประมาณ 3 รายเท่านั้นที่พอจะมีโอกาสที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริด จะติดต่อขอซื้อตัวมาร่วมทีม ซึ่งมีเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี ที่ก็เคยแบะท่าว่าอยากย้ายมาร่วมทีมหลายครั้งหลายหนแล้วในสมัยที่ซีเนอดีน ซีดาน ยังกุมบังเหียนอยู่ ซึ่งหากต้องการดาวเตะรายนี้จริง อาจจะต้องยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ให้กับทางทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” พิจารณา ซึ่งหากดูจากทักษะความสามารถแล้ว อาจจะไม่ตรงกับการที่เสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไป เนื่องจากดาวเตะวัย 27 ปี ไม่ใช่ผู้เล่นที่จะทำประตูได้ 30-40 ประตูต่อฤดูกาลเหมือนอย่าง CR7

รายที่ 2 ที่เป็นเป้าหมายของเรอัล มาดริดก็คือเนย์มาร์ กองหน้าจอมลีลาชาวบราซิเลี่ยนจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งเป็นนักเตะเก่าของอริตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่า และพึ่งจะย้ายทีมไปอยู่ในเมืองหลวงของกรุงปารีสฯ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกที่ 222 ล้านยูโรด้วย ทำให้อาจจะต้องใช้เงินมหาศาลหากต้องการคว้าจอมกลิ้งวัย 26 ปีรายนี้มาร่วมทีม ซึ่งทางเนย์มาร์อาจจะดีกว่าเอแดน อาซาร์ ตรงที่ในเรื่องของการตลาดที่มีคนให้ความสนใจเขาอยู่ทั่วโลก ทำให้โอกาสทำเงินจากดาวเตะบราซิลรายนี้ได้ไม่ยาก แถมเป็นกองหน้าที่มีลีลาน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัปตันทีมชาติโปรตุเกส แต่อาจจะมีจุดด้อยกว่าในเรื่องของการทำประตูเล็กน้อยเท่านั้น

ตัวเลือกสุดท้ายก็คือคิลิยัน เอ็มบัปเป้ จรวดทางเรียบทีมชาติฝรั่งเศสจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเช่นเดียวกับทางเนย์มาร์ ซึ่งจากการสำรวจแฟนบอลของเรอัล มาดริด ปรากฏว่าดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ ถูกเลือกให้เป็นดาวเตะที่แฟนบอล “ราชันย์ชุดขาว” อยากให้ทีมคว้าตัวมาแทนที่โรนัลโด้มากที่สุด หลังจากเห็นฟอร์มการเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งรายนี้เขามีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นไอดอลของเขามาตั้งแต่เด็กด้วย แต่ตอนนี้เขาดันกลายเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาไอดอลของเขา แทนที่จะมีโอกาสย้ายมาเล่นด้วยกัน แต่ติดตรงที่แชมป์จากลีก เอิง คงจะรั้งเอาไว้สุดตัว

2 Words

จาก “ซีดาน” เป็น “โลโปเตกี”

 

     เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเกินความคาดหมายอย่างยิ่งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ของเรอัล มาดริด ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานของสโมสรชาวฝรั่งเศส ที่ผันตัวจากการเป็นนักเตะมาเป็นกุนซือให้กับทีมประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจากจบฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถือว่าช็อควงการฟุตบอลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคนลาออกดันเป็นกุนซือที่ทำให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเป็นกุนซือคนแรกที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 3 สมัยซ้อน รวมถึงแชมป์ลา ลีก้า สเปน อีก 1 สมัยด้วย ทำให้ฟลอเรนติโ เปเรซ ประธานสโมสรของ “ราชันย์ชุดขาว” ต้องออกตามล่ากุนซือรายใหม่เข้ามาแทนที่ และได้ทำการแต่งตั้งจูเลน โลโปเตกี กุนซือชาวสแปนิช ที่เวลานั้นกำลังเตรียมพาทีมชาติสเปนสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โดยทางเรอัล มาดริดได้แถลงการณ์การแต่งตั้งกุนซือวัย 51 ปีก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้นเพียง 2 วันเท่านั้น หลังจากนั้นทางสมาคมฟุตบอลสเปนทราบเรื่องจึงทำการปลดโลโปเตกีพ้นจากตำแหน่งกุนซือทันที และแต่งตั้งเฟร์นานโด เอียร์โร่ เข้ามารับตำแหน่งแทน ซึ่งทำให้แคมป์ทีมชาติสเปนวุ่นวายกันยกใหญ่เลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ขั้นตอนต่อไปที่กำลังจะตามมาก็คือการเปลี่ยนแปลงตัวนักเตะ และบรรดาซุเปอร์สตาร์ของทีมที่จะย้ายเข้าย้ายออก โดยกระแสล่าสุดที่ตกเป็นข่าวอย่างหนักก็คือสโมสรเตรียมพิจารณาปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ของทีม โดยมียูเวนตุสที่พร้อมยื่นข้อเสนอ 100 ล้านยูโรให้กับทีม “ราชันย์ชุดขาว” พิจารณา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะตอบตกลงมากทีเดียว โดยบอร์ดบริหารเตรียมเล็งหาตัวตายตัวแทนเข้ามาแล้วด้วย โดยได้เล็งไปที่เนย์มาร์ กองหน้าชาวบราซิเลี่ยน และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสองหัวหอกจากทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงในฝรั่งเศส โดยตอนนี้พวกเขาได้เพียงอัลบาโร่ โอดิโอโซล่า แบ็คขวาดาวรุ่งจากแอตเลติก บิลเบามาเพียงรายเดียวเท่านั้นที่เป็นบิ๊กแนม

ความสำเร็จก้อนใหญ่ที่ซีเนอดีน ซิดานทิ้งร่องรอยเอาไว้มันสูงมาก ทำให้ความกดดันมาตกกับกุนซือที่จะเข้ามาแทนที่อย่างจูเลน โลโปเตกีโดยปริยาย ซึ่งก็เหมือนกับการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ และด้วยการบริหารงานสไตล์ฟลอเรนติโน่ เปเรซแล้ว ที่มักไม่ชอบการรอคอยอะไรนานๆ หากฤดูกาลนี้โลโปเตกีไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือละก็ ผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริดในฤดูกาลหน้าอาจจะไม่ใช่กุนซือที่ชื่อจูเลน โลโปเตกีก็ได้

 

1 Words