สิ่งที่แฟนบอลต้องการ

  หลังการจากไปของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร แฟนๆ ของเรอัล มาดริดต่างวิตกกังวลกับทีมในฤดูกาลที่จะถึงนี้พอสมควร ซึ่งไม่ใช่แค่การจากไปของดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสเท่านั้น แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจากซีเนอดีน ซิดาน ที่พาทีม “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีครึ่งที่คุมทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว มาเป็นจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน ซึ่งแฟนบอลที่ต้องมาลุ้นระบบการเล่นและวิธีการเล่นใหม่ๆ ของทีมว่าจะถูกใจหรือเปล่าแล้ว ต้องมาลุ้นอีกว่าสโมสรจะได้ใครเข้ามาแทนที่ว่างของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ถูกขายไปให้กับยูเวนตุสในราคา 120 ล้านยูโร ซึ่งอันที่จริงบนโลกแห่งฟุตบอลมีนักเตะเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะทดแทนการขาดหายไปของเจ้าของหมายเลข 7 คนเก่าได้ ทั้งด้านของชื่อเสียง และประสิทธิภาพในการเล่น คือเนย์มาร์ หรือคิลิยัน เอ็มบัปเป้ 2 นักเตะของปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่ได้ออกมายืนยันแล้วว่าพวกเขาจะยังค้าแข้งอยู่ในเมืองหลวงของแดนน้ำหอมอีก 1 ฤดูกาลเป็นอย่างน้อย ส่วนอีกรายคือเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี ที่มีข่าวมาตลอดว่ากำลังเจรจาค่าตัวกันอยู่

แต่นักเตะเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลเรอัล มาดริดอยากจะได้เพื่อเข้ามาแทนที่ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยทางหนังสือพิมพ์มาร์ก้าซึ่งเป็นสื่อหลักของกรุงมาดริดประเทศสเปน ได้ทำโพลให้แฟนบอลเรอัล มาดริดโหวตกันว่าพวกเขาอยากได้ใครมาค้าแข้งในเมืองหลวงของประเทศสเปนแทน CR7 ซึ่งผลปรากฏว่าแฟนบอลกว่า 200,000 คนโหวตให้ทีมไปสอยแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้แทน ซึ่งหากมองในแง่ของผลงานการทำประตูตลอดหลายปีหลังที่ผ่านมาถือว่าแฮร์รี่ เคนตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้มากทีเดียว เพราะตลอด 4 ฤดูกาลหลัง กองหน้าวัย 24 ปีสามารถทำประตูให้ทีม “ไก่เดือยทอง” ได้ถึง 135 ประตูเลยทีเดียว

ปัญหาติดอยู่ที่ว่าแฮร์รี่ เคนพึ่งทำการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมจากกรุงลอนดอนไปไม่นานนี้ ทำให้การที่จะง้างเขาออกจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นเป็นไปได้ยากมาก เพราะดาวเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้รักสเปอร์แบบหัวปักหัวปำ รวมถึงการจะไปเจรจากับดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรของสเปอร์นั้นเป็นสิ่งที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริดเคยบอกไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่เจรจาด้วยเด็ดขาด เพราะความหน้าเลือดนั้นถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันเลยทีเดียว

บทความโดย  p8slot.com

4 Words

กลิ่นอาย “โรบินโญ่”

    นักเตะดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนในยุคนี้มักจะมีดาวดังระดับตำนานของทีมชาติบราซิลเป็นต้นแบบ และมักถูกบรรดาสื่อมวลชนมักให้ฉายาต่างๆ นาๆ ออกไป ซึ่งบางคนก็เก่งจริงบ้าง และไม่เก่งจริงบ้าง แต่ในรายของวินิซิอุส จูเนี่ยร์ ดาวเตะรายใหม่ของเรอัล มาดริด ที่พวกเขาไปจองไว้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ตั้งแต่ค้าแข้งกับแข้งกับฟลาเมงโก้ใหม่ๆ ซึ่งเขามีค่าตัวถึง 46 ล้านยูโร ซึ่งเขาถูกยกย่องให้เป็นโกลเด้น บอยของวงการฟุตบอลบราซิเลี่ยนในยุคใหม่นี้ด้วย ซึ่งเขาถูกยกย่องให้เป็นโกลเด้น บอยต่อจากเนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกตอนนี้         หลังจากที่เขาได้ลงสนามให้กับทางเรอัล มาดริดไปบ้างแล้วในช่วงพรีซีซั่น รวมถึงมีคลิปในช่วงซ้อมของทางทีม “ราชันย์ชุดขาว” ออกมาด้วย ซึ่งก็ต้องบอกว่าสมราคาทีเดียวกับคำยกย่องต่างๆ นาๆ ด้วยการที่เป็นดาวรุ่งอยู่ ทำให้ยังกล้าเล่นลูกพลิกแพลงต่างๆ รวมถึงลีลาการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจเวลาได้ครองบอลด้วย แต่เขาก็ยังมีปัญหาที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอีกหลายอย่าง เนื่องด้วยการที่เป็นนักเตะชาวบราซิเลี่ยนทำให้เขานั้นยังดูเหมือนเล่นเป็นทีมไม่ค่อยดีนัก และเหมือนเป็นบอลชายเดี่ยวเสียมากกว่า และยังมีการตัดสินใจที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงต้องใช้เวลา และประสบการณ์ในการลงสนามเยอะๆ ถึงจะช่วยได้มาก

การเล่นของวินิซิอุส จูเนี่ยร์ในตอนนี้ทำให้นึกย้อนไปถึงอดีตนักเตะบราซิเลี่ยนของรัล มาดริดคนหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือโรบินโญ่ อดีตนักเตะจอมลีลาทีมชาติบราซิลที่ถุกมองว่าตอนเป็นดาวรุ่งนั้นจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกแบบโรนัลโด้ ดาวยิงทีมชาติบราซิล หรือโรนัลดินโญ่ เพลย์เมคเกอร์รุ่นพี่ได้ แต่ด้วยลีลาการเล่นของเขา ที่ไม่นึกถึงการเล่นเป็นทีมเป็นสำคัญ และชอบโชว์ลีลาการลากเลื้อยสับขาหลอกมากเกินไป ทำให้เขาไม่สามารถใช้ทักษะที่มีให้เป็นประโยชน์ได้เลย ซึ่งจนถึงตอนนี้โรบินโญ่ในวัย 34 ปียังค้าแข้งอยู่กับซิวาสสปอร์ ทีมเล็กๆ ในซุเปอร์ลีกของตุรกีเท่านั้น ซึ่งหากวินิซิอุส จูเนี่ยร์ ไม่สามารถปรับทัศนคติในการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมได้ อนาคตของเขาอาจจะตามรุ่นพี่ไปผิดคนก็เป็นได้ ซึ่งคงต้องอยู่ที่การประคบประหงมของทางจูเลน โลเปเตกีแล้วว่าจะทำอย่างไรกับเด็กรายนี้ ซึ่งอดีตกุนซือทีมชาติสเปนมีประสบการณ์ในการทำงานกับเด็กดาวรุ่งมามากมาย น่าจะช่วยดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ได้มากทีเดียว

0 Words

ครั้งแรกที่ขาดบัลลง ดอร์

    จากการที่สโมสรเรอัล มาดริด โดยฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรตัดสินใจขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสออกจากทีม โดยได้ค่าตัวมาเพียง 120 ล้านยูโร แต่ทำให้พวกเขาต้องเสียดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร และดาวซัลโวตลอดกาลของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว พวกเขายังเสียสถิติที่ทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะไม่มีนักเตะบัลลง ดอร์ค้าแข้งอยู่กับทีมด้วยในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว ซึ่งครั้งหลังสุดที่พวกเขาไม่มีนักเตะบัลลง ดอร์อยู่ในทีมต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 1999-2000 เลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นพวกเขามีนักเตะที่คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ หรือรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปีอยู่กับทีมตลอด

ตั้งแต่ฤดูกาล 2000-2005 เรอัล มาดริดมีหลุยส์ ฟิโก้ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสที่ได้รางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 2000 อยู่กับทีมตลอด โดยในช่วงฤดูกาล 2004-2005 พวกเขายังมีไมเคิ่ล โอเว่น กองหน้าทีมชาติอังกฤษที่ได้รางวัลตอนปี 2001 มาร่วมทีมอีกคน นอกจากนั้นพวกเขายังมีซีเนอดีน ซีดาน เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศสที่ได้รางวัลในปี 1998 อยู่ในทีมช่วง 2001-2006 และมีโรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติบราซิลอยู่ตั้งแต่ 2002-2007 ซึ่งดาวยิงร่างอ้วนคว้าบัลลง ดอร์ได้ 2 ครังในปี 1997 และ 2002 และต่อด้วยฟาบิโอ คันนาวาโร่ ปราการหลังทีมชาติอิตาลีที่ได้รางวัลบัลลง ดอร์ตอนคว้าแชมป์โลกกับอิตาลีในปี 2006 และริคาร์โด้ กาก้า เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิลที่ได้ในปี 2007 และย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริดในปี 2009 และคนสุดท้ายล่าสุดก็คือคริสเตียโน่ โรนัลโด้นั่นเองที่ย้ายมาปีเดียวกับกาก้า และอยู่โยงในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวถึง 9 ฤดูกาล และกวาดรางวัลบัลลง ดอร์ไปได้ถึง 5 สมัย ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์เท่ากับลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าของบาร์เซโลน่านั่นเอง

สถิติการมีนักเตะบัลลง ดอร์อยู่ในทีมของเรอัล มาดริดอาจจะยังดำเนินต่อไปได้ หากในช่วงปลายปีนี้ที่จะมีการประกาศรางวัล แล้วรางวัลตกเป็นของลูก้า โมดริช เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย หรือว่าจะเป็นราฟาเอล วาราน ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสที่คว้าแชมป์โลกมาแล้ว รวมถึงคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับเรอัล มาดริดได้ด้วย ทำให้มีโอกาสได้รางวัลมากทีเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นมากก็ตาม ซึ่งก่อนหน้านี้มีนักเตตำแหน่งกองหลังได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยรายล่าสุดก็เป็นฟาบิโอ คันนาวาโร่ที่พาทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์โลกได้

5 Words

แบ็คขวาตัวจริง

                    หลังจากที่ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสจากไป ทำให้สถานการณ์ภายในทีมของเรอัล มาดริดเปลี่ยนไปด้วย เนื่องจากนักเตะชุดนี้ของีม “ราชันย์ชุดขาว” อยู่ภายใต้การดูแลของอดีตดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกมานานกว่า 2 ปีครึ่ง ทำให้ทุกอย่างที่ดูลงตัวอยู่แล้ว ต้องกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ในยุคของผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือของทีมชาติสเปน ที่เข้ามารังานคุมทีมก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้นไม่กี่วัน จนทำให้เขาต้องโดนปลดออกจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติสเปนก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นเพียง 2 วันเท่านั้น และน่าจะเป็นหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมชาติสเปนไปได้แค่เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

การเข้ามาคุมทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวของกุนซือวัย 51 ปีทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างภายในทีม เริ่มตั้งแต่การขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะคนสำคัญออกจากทีมไปให้กับยูเวนตุส และนำเงินที่ได้จากการขายกัปตันทีมชาติโปรตุเกสไปซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นทางอัลบาโร่ โอดริโอโซล่า แบ็คขวาดาวรุ่งดีกรีทีมชาติสเปนมาจากเรอัล โซเซียดาด ด้วยค่าตัวถึง 30 ล้านยูโร ที่กุนซือวัย 51 ปีดูท่าจะชอบเป็นพิเศษ เนื่องจากตอนสมัยที่เขาคุมทีมชาติสเปนก็เป็นคนเรียกดาวเตะวัย 22 ปีมาติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว และติดไปทั้งหมด 4 ครั้งในยุคของเขา และกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ทำให้สถานการณ์การแย่งตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงร้อนระอุมาก เพราะเรอัล มาดริดมีดานี่ การ์บาฆาล ที่เป็นแบ็คขวาตัวจริงของทีม และของทีมชาติสเปนอยู่แล้ว ซึ่งไม่แน่ใจว่าโลโปเตกีซื้อโอดริโอโซล่ามาเป็นตัวสแตนด์บายในกรณีที่ดาวเตะวัย 26 ปีบาดเจ็บ หรือว่าจะให้มาแย่งตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาลนี้เลยทันที ซึ่งก่อนหน้านี้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” มีแบ็คขวาอีกคนคืออาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็คขวาดาวรุ่งทีมชาติโมร็อคโกที่ไปเล่นฟุตบอลโลกที่ผ่านมาด้วย แต่สโมสรตัดสินใจปล่อยให้กับโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทีมจากบุนเดสลีก้า เยอรมันยืมตัวไปใช้งานก่อน 2 ฤดูกาล แต่พวกเขาก็ยังมีนาโช่ กองหลังสารพัดประโยชน์ที่ก็สามารถเล่นเป็นแบ็คขวาได้ด้วย ทำให้ตัวเลือกในตำแหน่งแบ็คขวาถือว่ามากทีเดียว ซึ่งยังไม่แน่ว่ากุนซือคนใหม่จะใช้ใครเป็นตัวหลัก ซึ่งดานี่ การ์บาฆาลมักจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งด้วย ทำให้ดาวเตะคนใหม่มีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียว

0 Words

ดาวยิงชุดขาว

            การที่ต้องเสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ไปให้กับยูเวนตุส โดยได้ค่าตัวมาเพียง 120 ล้านยูโร ซึ่งในยุคนี้ถือว่าไม่สูงเลย หากมองจากสิ่งที่โรนัลโด้ทำให้กับเรอัล มาดริดมาโดยตลอด ถึงแม้ปีนี้เขาจะอายุ 33 ปีแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่จะขาดหายไปจากการขาดนักเตะเจ้าของบัลลง ดอร์ 5 สมัยก็คือนักเตะที่จะทำประตูให้ทีม 40-50 ประตูต่อฤดูกาลซึ่งจะหาคนมาทดแทนได้ยากมาก ซึ่งเขาสร้างสถิติกับเรอัล มาดริดไว้มากมาย ทั้งเป็นนักเตะที่ยิงประตูมากสุดในประวัติศาสตร์สโมสร และยังเป็นดาวยิงสูงสุดของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในตอนนี้ด้วย

ถึงแม้ว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะมีข่าวกับเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี ที่พวกเขาเล็งที่จะคว้าตัวเพื่อมาแทนที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และถึงแม้หากว่าจะได้ตัวมาร่วมทีมจริงดาวเตะหมายเลข 10 ของทีมชาตเบลเยี่ยมและของเชลซีก็ไม่สามารถเข้ามาทดแทนการทำประตูของโรนัลโด้ได้ เพราะตลอด 6 ฤดูกาลที่เล่นให้กับเชลซี เพลย์เมคเกอร์วยั 27 ไม่สามารถยิงได้ถึง 20 ประตูในแต่ละฤดูกาลด้วยซ้ำ เพราะอาซาร์ไม่ใช่นักเตะประเภทที่ยิงเป็นเข้าเหมือนอย่างอดีตนักเตะหมายเลข 7 ของทีมทำได้ตลอด 9 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ซึ่งแม้แต่แกเร็ธ เบล นักเตะที่เคยค่าตัวแพงที่สุดในโลกก็ไม่อาจจะมาทดแทนการขาดหายไปของโรนัลโด้ ทำให้หากทีมต้องการจะหาดาวยิงจอมถล่มประตูจริงๆ คงต้องไปหาซื้อมาใหม่

นักเตะที่พอจะมีความเป็นไปได้ในการย้ายทีมในซัมเมอร์นี้ หากต้องตัดเนย์มาร์ และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่าจะไม่ย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ก็จะมีเอดินสัน กาวานี่ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเหมือน 2 รายแรกนี่แหละ ที่มีความเหมาะสม ทั้งเรื่องของอายุที่ปาไป 31 ปีแล้ว ทำให้ราคาน่าจะไม่สูงมาก และดูเหมือนกาวานี่เองก็อยากจะย้ายออกจากทีมในเมืองหลวงของฝรั่งเศสด้วย เนื่องจากปีที่แล้วเขาก็เคยบาดหมางกับเนย์มาร์อยู่ด้วย ทำให้มีโอกาสมากทีเดียวหากเรอัล มาดริดสนใจจะคว้าตัวจริง ซึ่งกาวานี่ถือว่าเป็นนักเตะที่ยิงประตูได้ดีทีเดียวในระยะหลัง ถึงแม้ว่าช่วงก่อนหน้านี้มักจะใช้โอกาสค่อนข้างเปลืองมาตลอด และหาก “ราชันย์ชุดขาว” ได้คาวานี่มาร่วมทีมจริง เขาน่าจะแบ่งเบาการทำประตูของทีมลงได้ประมาณ 30 ประตูต่อฤดูกาล ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับกองหน้าทีมชาติอุรุกวัย

1 Words

ความเสี่ยงที่อาจคุ้มค่า

    จากกรณีที่เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปตัดสินใจขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะหมายเลข 1 องทีม และน่าจะของโลกด้วย ไปให้กับยูเวนตุสทีมดังในกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยค่าตัวประมาณ 120 ล้านยูโร ต่างก็มีกระแสข่าวต่างๆ นาๆ ว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะต้องหาตัวแทนของโรนัลโด้ เพื่อมาสวมหมายเลข 7 คนใหม่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวให้ได้ ว่าจะต้องเป็นเนย์มาร์ คิลิยัน เอ็มบัปเป้  2 ดาวเตะจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี  แต่ความหวังจริงๆ ของเรอัล มาดริด อาจจะไปอยู่ที่วินิซิอุส จูเนี่ยร์ กองหน้าดาวรุงชาวบราซิเลี่ยนวัย 18 ปี ที่เรอัล มาดริดไปเซ็นต์สัญญาจองตัวไว้ตั้งแต่พฤษภาคมปีที่แล้วก็ได้ โดยเรอัล มาดริดยอมทุ่มเงินถึง 46 ล้านยูโรเพื่อเซ็นต์สัญญากับหมอนี่ที่ตอนนั้นวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น ทำให้ยังไม่สามารถย้ายทีมข้ามประเทศได้ มาดริดเลยไปตีตราจองไว้ก่อน โดยตัดหน้าทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมที่สนใจเจ้าหมอนี่เช่นกัน และถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงอันดับ 2 ในการซื้อขายของบราซิล รองจากเนย์มาร์ตอนย้ายจากซานโตสมาอยู่กับบาร์เซโลน่า

หลังจากมีข่าวการเซ็นต์สัญญากับเรอัล มาดริด วินิซิอุส จูเนี่ยร์เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น และเริ่มมีไฮไลท์การเล่นออกมาให้ชมเรื่อยๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเด็กคนนี้ความสามารถจัดจ้านทีเดียว อยู่ที่ว่าคนเป็นโค๊ชจะใช้งานเขาอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเขาถูกมองว่าเป็นโกลเด้น บอยของวงการฟุตบอลบราซิลในยุคนี้เลยทีเดียว ต่อจากเนย์มาร์ที่เคยถูกยกย่องในช่วงที่เป็นดาวรุ่ง

ด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่วินิซิอุส จูเนี่ยร์ ก็ได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการช่วยทีมชาติบราซิลชุดยู 15 และยู 17 คว้าแชมป์โกปา อเมริกามาแล้ว และเขายังเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม และดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นต์ตอนอายุ 17 ปีด้วย ซึ่งถึงแม้กรซื้อนักเตะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยค่าตัวเกือบครึ่งร้อยล้าน อาจจะเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก แต่ดูจากทรงแล้ว หากเจ้าตัวไม่ไปทำให้ตัวเองเสียคนไปซะก่อน เรอัล มาดริดอาจจะได้ตัวแทนคริสเตียโน่ โรนัลโด้มาไว้ในมือแล้วก็ได้ เพียงแค่รอเวลาในการขัดเกลาซักหน่อย รวมถึงสั่งสมประสบการณ์ และลิ้มรสกับฟุตบอลระดับยุโรปซักนิด น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียวสำหรับดีลนี้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับจูเลน โลโปเตกี กุนซือคนใหม่ของทีมด้วยว่าจะให้โอกาสเขามากน้อยเพียงใดในฤดูกาลนี้

0 Words

อนาคตเบนเซม่า

    3 ประสานในนาม BBC ของเรอัล มาดริดได้ล่มสลายไปแล้วหลังจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรถูกขายไปให้กับยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่ในศึกกัลโช่ เซเรีย อาด้วยค่าตัว 120 ล้านปอนด์ โดยเหลือเพียงคู่หู BB อย่างแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ และคาริม เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสเท่านั้น โดยสถานการณ์ของทีมได้เปลี่ยนไปเมื่อซีเนอดีน ซีดานได้ลาออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลที่แล้ว ทำให้คาริม เบนเซม่า ไม่มีคนคอยคุ้มกะลาหัวทันที เพราะเบนเซม่าถือเป็นลูกรักคนหนึ่งของซีดาน เนื่องจากด้วยการมีสัญชาติฝรั่งเศสเหมือนกันด้วย ทำให้การเปลี่ยนกุนซือมาเป็นจูเลน โลโปเตกี ทำให้โอกาสและอนาคตของอดีตกองหน้าของโอลิมปิก ลียงสั่นคลอนทันที

แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ที่เคยตกเป็นข่าวว่าอยากย้ายทีมช่วงก่อนหน้านี้ได้เคลียร์อนาคตตัวเองในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวเรียบร้อยแล้ว หลังจากเข้าพูดคุยกับจูเลน โลโปเตกี กุนซือคนใหม่ของทีมเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของเขาในทีมในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ซึ่งหลังจากพูดคุยกันปีกพ่อมดชาวเวลส์ก็พอใจในแผนงานการทำทีม และตัดสินใจอยู่ค้าแข้งในเมืองหลวงของสเปนต่อไปทันที ทำให้ข่าวการย้ายทีมของเขาเงียบหายเข้ากรีบเมฆไปโดยปริยาย แต่ในรายของคาริม เบนเซม่านั้น ไม่ได้มีการพูดคุยกับอดีตนายใหญ่ทีมชาติสเปนแต่อย่างใด และเหมือนจะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือวัย 51 ปีด้วย แล้วยังมีข่าวมาด้วยว่าเขาได้ไปพบปะกับเจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์หนุ่มของเอซี มิลานที่อิตาลีเมื่อช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะมีการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องของการย้ายทีมก็เป็นได้

การขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไปแล้ว ทำให้พวกเขาเสียดาวยิงที่ทำประตูได้สูงสุดตลอด 9 ฤดูกาลของทีม และหากจะเสียคาริม เบนเซม่า กองหน้าวัย 30 ปี ที่ก็ทำประตูให้ทีมเกือบ 200 ประตูตลอด 9 ปีในการค้าแข้งกับทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน ทำให้พวกเขาจะต้องเสียนักเตะที่ทำประตูรวมกันกว่า 60 ประตูต่อฤดูกาลออกไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นช่องว่างที่ยากจะหาใครเข้ามาทำประตูทดแทน 2 ดาวเตะนี้ และตัวผู้เล่นในทีมตอนนี้ก็ไม่มีใครที่เป็นกองหน้าตัวเป้าได้เลย เท่ากับว่าพวกเขาโละ 2 ใน 3 ประสานตัวเก่าออก และเตรียมจะสร้าง 3 ประสานใหม่ โดยมีแกเร็ธ เบลเป็นหัวโจก ซึ่งต้องมาดูกันว่าความคิดนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่

2 Words

โอกาสของเบล

   ในวันที่ 1 กันยายนปี 2013 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของตลาดการซื้อขายนักเตะก่อนที่จะปิดตัว มีการย้ายทีมที่กลายเป็นสถิติการซื้อขายนักเตะที่แพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้นเกิดขึ้น ซึ่งก็คือเรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งสเปน ไปสอยตัวแกเร็ธ เบล ปีกฟอร์มโหดจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกที่ 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 85 ล้านปอนด์ ซึ่งทำลายสถิติการย้ายทีมของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ทำไว้ตอนปี 2009 ที่ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่เรอัล มาดริดด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ลงได้ และได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสามประสาน BBC ในแดนหน้า อันประกอบด้วยแกเร็ธ เบล คาริม เบนเซม่า และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งเป็นในยุคการคุมทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยน และในการมาค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ดาวเตะทีมชาติเวลส์ก็ประสบความสำเร็จโดยการคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ ซึ่งถึงแม้จะเป็นฤดูกาลแรก เขากลับทำได้ถึง 22 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นการทำประตูต่อฤดูกาลที่มากที่สุดแล้วในการค้าแข้งกับเรอัล มาดริดมา 5 ฤดูกาล เนื่องจากดาวเตะวัย 29 ปีประสบปัญหาบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง และแทบไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง และในบางช่วงเวลา เขาต้องตกเป็นตัวสำรองเสียด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าค่าตัวในการย้ายทีมของเขาจะแพงกว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ตาม แต่พอย้ายมาเล่นร่วมกันแล้วเขากลับถูกมองว่าเป็นเพียงพระรองของดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสเท่านั้น และดูเหมือนจะช่วยส่งเสริมให้อดีตดาวเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดูโดดเด่นเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเขาจะมีบางนัดที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็ตาม แต่พอระยะยาวแล้วเขากลับสู้ดาวเตะเจ้าของฉายา CR7 ไม่ได้เลย แต่เบลในวัย 29 ปีมักจะโผล่มาโดดเด่นในนัดสำคัญๆ อย่างเช่นนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม และกลายเป็นฮีโร่ทำ 2 ประตู พาทีมเอาชนะลิเวอร์พูล และผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ฤดูกาลที่จะเริ่มต้นนี้จะเป็นฤดูกาลพิสูจน์ความสามารถของเขาอย่างแท้จริง หลังจากตกอยู่ใต้ร่มเงาของโรนัลโด้มาอย่างยาวนาน เนื่องจากการขาดหายไปของดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีม “ราชันย์ชุดขาว” ทำให้ดาวเตะทีมชาติเวลส์จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังสูงสุดในแดนหน้าแทนในยุคการทำทีมของจูเลน โลโปเตกี ที่เข้ามาทำทีมต่อจากซีเนอดีน ซีดาน ที่ลาออกไปหลังจบฤดูกาลที่แล้ว

2 Words

ตัวแทนโมดริช

    หลังจากที่ย้ายจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไปค้าแข้งในลา ลีก้า สเปน กับเรอัล มาดริด ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ปี 2012 ในยุคการคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส ตั้งแต่นั้นมาเขาก็กลายเป็นนักเตะตัวหลักในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวมาโดยตลอด ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนกุนซือไปกี่คนก็ตาม และได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อหมายเลขสำคัญอย่างหมายเลข 10 อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าเขามีความสำคัญกับทีมมากพอๆ กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จอมถล่มประตูของทีมเลยทีเดียว ถึงแม้ผลงานการทำประตู หรือการแอสซิสต์จะไม่ได้โดดเด่นเหมือนอย่างกองกลางรายอื่นก็ตาม แต่เขามีส่วนสำคัญกับเกมการเล่นของทีม “ราชันย์ชุดขาว” มาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคการคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือผู้พาทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ฤดูกาล จากการคุมทีมเพียง 3 ปีเท่านั้น โดยเขาเริ่มโดดเด่นขึ้นมาเรื่อยๆ หลังจากการคุมทีมของซีดาน โดยมีคาเซมิโร่ ตัวตัดเกมชาวบราซิเลี่ยน และโทนี่ โครสส์ ตัวโฮลด์บอลชาวเยอรมัน ที่เล่นประสานงานกันได้อย่างลงตัว

แต่ด้วยวัย 32 ปีของลูก้า โมดริช ทำให้เขาถูกมองว่าอาจจะเล่นด้วยฟอร์มที่สุดยอดแบบนี้ได้อีกไม่กี่ปี ทำให้เรอัล มาดริดคงต้องมองหาตัวแทนดาวเตะยอดเยี่ยมของศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาเข้ามาเตรียมสแตนด์บาย แต่จนถึงตอนนี้ในทีม “ราชันย์ชุดขาว” ยังไม่มีนักเตะที่พอจะแทนที่โมดริชอยู่ในทีมเลย ถึงแม้พวกเขาจะมีมาเตโอ โควาซิช กองกลางรุ่นน้องทีมชาติโครเอเชีย ที่เหมือนจะถอดแบบมาจากโมดริชก็ตาม แต่เหมือนว่าจะเป็นของปลอมทำเหมือนซะมากกว่า เพราะว่าคุณภาพยังไม่ใกล้เคียงกับของจริงเลยแม้แต่น้อย หรือว่าจะเป็นดานี่ เซบาญอส เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งที่พาทีมชาติสเปนชุดยู 21 เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยู 21 ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเมื่อปี 2017 โดยเขาได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ด้วย และหลังจากนั้นเรอัล มาดริด ก็ปาดหน้าบาร์เซโลน่าคว้าลายเซ็นต์มาได้สำเร็จ แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วยังได้โอกาสลงสนามน้อยไปหน่อย แต่ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี อาจจะได้โอกาสลงสนามมากขึ้นเมื่อกุนซือเปลี่ยนเป็นฆูเลน โลโปเตกี ที่เคยทำทีมชาติสเปนชุดเยาวชนมาก่อน ถึงแม้จะไม่ทันกันก็ตาม แต่กุนซือวัย 51 ปี ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มักให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมอๆ และหากเซบาญอสทำผลงานได้ดี เรอัล มาดริดอาจจะไม่ต้องหาตัวแทนลูก้า โมดริชใหม่ก็ได้

0 Words

ศึกชิง “ฮาเมส”

     สถานการณ์ของฮาเมส โรดรเกส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก ภายในระยะเวลาเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น จากการที่ถูกเมินไม่มีทีมสนใจทั้งเรอัล มาดริด ที่พยายามจะขายเขาออกจากทีม ส่วนทีมอื่นที่สนใจคว้าตัวก็ไม่สู้ราคาที่ทางทีม “ราชันย์ชุดขาว” ตั้งไว้ จนสุดท้ายบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีก้า เยอรมัน ตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้เรอัล มาดริดพิจารณาด้วยสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาล และออปชั่นในการซื้อขาดในภายหลังด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร หากพอใจในผลงานของดาวเตะวัย 27 ปี ซึ่งฮาเมสไม่มีทางเลือกมากนัก ทำให้ต้องไปค้าแข้งในศึกบุนเดสลีก้า โดยการไปอยู่กับเจ้านายเก่าอย่างคาร์โล อันเชล็อตติ ที่เป็นคนซื้อเขามาอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวด้วย ทำให้เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผันอีกครั้ง เมื่อกุนซือชาวอิตาเลี่ยนพาทีมทำผลงานไม่ดี ทำให้ถูกบอร์ดบริหารปลดจากตำแหน่งกุนซือในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว และแต่งตั้งจุ๊ป ไฮน์เกส กุนซือจอมเก๋าเข้ามารักษาการแทน และฮาเมส โรดริเกส ยังโชคดีที่กุนซือเสือเฒ่ายังไว้วางใจให้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ช่วยพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้สำเร็จอย่างขาดลอย ทำให้ชื่อของเขากลับถูกให้ความสนใจอีกครั้ง แต่โอกาสที่จะกลับมายังดินแดนสเปนก็ยังมืดมิดเมื่อซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสยังพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกครั้ง

แต่แล้วฟ้าก็ยังเป็นใจให้กับเพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เมื่อกุนซือหัวเหม่งประกาศอำลาจากตำแหน่งเก้าอี้กุนซือซะอย่างงั้น และทีมได้แต่งตั้งจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนเข้ามาทำหน้าที่แทน และกุนซือคนใหม่แสดงความชัดเจนทันทีว่าเขาต้องการให้ฮาเมสกลับมาค้าแข้งในเมืองหลวงแห่งแดนกระทิงดุอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ถึงแม้สัญญายืมตัวของเขาจะเหลืออีก 1 ฤดูกาลก็ตาม ซึ่งตอนนี้ทางบาเยิร์น มิวนิค ก็อยากจะซื้อขาดมาค้าแข้งในเมืองเบียร์อย่างถาวรด้วย ทำให้ตอนนี้เป็นศึกแย่งชิงตัวอดีตดาวเตะของเอฟซี ปอร์โต้ซะแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าสัญญายืมตัวที่ 2 สโมสรทำขึ้นนั้นใครมีอำนาจเหนือกว่าในสิทธิ์ของฮาเมสในตอนนี้ เพราะหากในสัญญาระบุว่าหากบาเยิร์น มิวนิค ยื่นข้อเสนอในราคาที่ตกลงกันไว้ 42 ล้านยูโร เรอัล มาดริดก็ต้องยอมปล่อยนักเตะแบบไม่มีทางเลือก แต่หากไม่มีเงื่อนไขนี้ในสัญญาเรอัล มาดริดก็สามารถเรียกนักเตะกลับคืนได้ทันที

0 Words