by

คนดูหาย

  เริ่มประสบปัญหาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเลยทีเดียวสำหรับเรอัล มาดริดภายใต้กุนซือใหม่ที่ชื่อจูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน และเอฟซี ปอร์โต้ที่เข้ามารับงานต่อจากซีเนอดี ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสที่ทำความสำเร็จให้กับสโมสรอย่างมากมายในช่วง 2 ปีครึ่งที่เขากุมบังเหียนในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ทำให้เกิดความไม่มั่นใจของสาวก “มาดริดติสต้า” ด้วยว่ากุนซือวัย 51 ปีจะเข้ามาทำให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จได้อย่างยุคที่ซีดานคุมทีมหรือไม่ โดยนัดแรกของศึกลา ลีก้าสเปนที่พวกเขาทำศึกดาร์บี้ แมตช์ของกรุงมาดริดพบกับเกตาเฟ่ ทีมเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในเมืองมาดริดเช่นกัน แต่ว่ามีแฟนบอลยอมจ่ายเงินเข้ามาชมเกมในนัดนี้ไม่ถึง 50,000 คนด้วยซ้ำ ซึ่งถือว่าน้อยมากที่สุดในรอบหลายสิบปีเลยทีเดียว เนื่องจากสนามซานติอาโก้ เบอร์นาเบวสามารถจุคนดูได้ประมาณ 80,000 ด้วยซ้ำ แต่แฟนบอลกับเข้ามาชมเกมในสนามแค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมากมายว่าทำไมแฟนบอลถึงหายไปมากถึงเพียงนี้

นอกจากที่เรอัล มาดริดจะมีการเปลี่ยนตัวกุนซือใหม่จากซีเนอดี ซีดานมาเป็นจูเลน โลเปเตกีแล้ว พวกเขายังต้องเสียนักตะคนสำคัญที่สุดของทีมอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไปด้วย แต่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริดกลับไม่หานักเตะรายใหม่เข้ามาเสริมทีม ซึ่งถือว่าผิดวัศัยในการทำทีมของเขาเป็นอย่างมาก ที่จากแต่ก่อนเคยจะซื้อแต่นักเตะดาวดังระดับโลกเท่านั้น แต่ซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขากลับเสริมแต่นักเตะดาวรุ่งเข้ามาเพื่อเป็นอนาคตของทีม โดยมีนักเตะที่น่าจะมีชื่อเสียงที่สุดที่ทีมซื้อเข้ามาก็คือธิบอต์ กูร์ตัวส์ นายประตูทีมชาติเบลเยี่ยมจากเชลซี ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้เป็นตำแหน่งที่ทางเรอัล มาดริดต้องการเลยด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาก็ยังมีเคย์ลอร์ นาบาสอยู่แล้วทั้งคน แต่กลับไม่มีนักเตะระดับซุเปอร์สตาร์เข้ามาแทนที่ในช่วงซัมเมอร์นี้เลย ถึงแม้ว่าจะมีข่าวกับเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซีอย่างหนัก หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกก็ตาม แต่ว่าพวกเขาดูเหมือนว่าไม่ได้จริงจังอะไรมาก ทำให้ไม่ได้ดาวดังเข้ามาร่วมทีม และทำให้แฟนบอลเรอัล มาดริดเหมือนจะไม่ค่อยพอใจกับทีมในตอนนี้ และการไม่เข้าสนามในนัดเปิดฤดูกาล อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการประท้วงของแฟนบอลก็เป็นได้