by

ปัญหาของแกเร็ธ เบล

     หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในฤดูกาลสุดท้ายกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมดังจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทำให้เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งสเปน ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติโลกเพื่อคว้าตัวแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ซึ่งก่อนหน้านี้อดีตเด็กเยาวชนของทางเซาต์แธมตันเล่นเป็นเพียงแบ็คซ้ายเท่านั้น และแทบไม่เคยทำประตูช่วยทีมได้เลยในช่วง 3 ปีแรกที่ค้าแข้งอยู่ในถิ่นไวท์ ฮาร์ตเลน แต่หลังจากเขาถูกจับมาเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาโดดเด่นขึ้นมาทันที โดยฤดูกาลสุดท้ายที่เขาใส่เสื้อ “ไก่เดือยทอง” เขาช่วยทีมทำได้ถึง 26 ประตูจากการลงสนาม 44 นัด และย้ายมาอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวหลังจบฤดูกาลนั้นด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกถึง 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 85 ล้านปอนด์ แซงหน้าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาอยู่กับทีม “ราชันย์ชุดชาว” เมื่อปี 2009 ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ และเข้ามาสวมเสื้อหมายเลข 11 ของเรอัล มาดริดตั้งแต่นั้นมา ซึ่งหลังจากย้ายมาก็มีคนสงสัยในความสามารถของเขาว่าความสามารถจะดีจนเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกเลยหรือ ซึ่งแกเร็ธ เบลก็ได้แสดงให้เห็นตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมใหญ่ๆ ในยุคการคุมทีมของคาร์โล อันเชล็อตติเลยว่าเขาสุดยอดเพียงพอ

แต่ปัญหาของแกเร็ธ เบลก็คือแทบจะไม่มีฤดูกาลไหนเลยที่เขาจะไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ซึ่งเขามีปัญหาบาดเจ็บบ่อยครั้ง จนไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในแต่ละฤดูกาล ซึ่งแตกต่างจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิงของสโมสรที่แทบไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเลย ทำให้ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสสามารถทำประตูได้เกิน 40-50 ประตูตลอด 9 ฤดูกาลที่อยู่กับเรอัล มาดริด แต่กับแกเร็ธ เบลในช่วง 5 ฤดูกาลที่ผ่านมาเขาสามารถทำประตูรวมได้เกิน 20 ประตูต่อฤดูกาลได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งปัญหาของเขาก็คือการมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยนั่นเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเขาบ่อยมากจนทำให้เขาหมดโอกาสที่จะทาบรัศมีของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ไป แต่ในฤดูกาลนี้เขาจะได้เป็นตัวเอกของเรอัล มาดริดเพียงลำพังแล้ว แต่ว่าไม่มีใครการันตีได้ว่าปัญหาอาการบาดเจ็บของเขาจะไม่กลับมารบกวนอีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งทางเรอัล มาดริดก็ไม่ควรที่จะไว้ใจแกเร็ธ เบลมากเกินไปเช่นกัน เพราะหากว่าดาวเตะวัย 29 ปีเกิดมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนขึ้นมาอีกในฤดูกาลนี้ ความหวังที่เขาจะเป็นตัวแทนของโรนัลโด้ก็หมดไปทันที