by

ศึกชิง “ฮาเมส”

     สถานการณ์ของฮาเมส โรดรเกส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก ภายในระยะเวลาเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น จากการที่ถูกเมินไม่มีทีมสนใจทั้งเรอัล มาดริด ที่พยายามจะขายเขาออกจากทีม ส่วนทีมอื่นที่สนใจคว้าตัวก็ไม่สู้ราคาที่ทางทีม “ราชันย์ชุดขาว” ตั้งไว้ จนสุดท้ายบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีก้า เยอรมัน ตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้เรอัล มาดริดพิจารณาด้วยสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาล และออปชั่นในการซื้อขาดในภายหลังด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร หากพอใจในผลงานของดาวเตะวัย 27 ปี ซึ่งฮาเมสไม่มีทางเลือกมากนัก ทำให้ต้องไปค้าแข้งในศึกบุนเดสลีก้า โดยการไปอยู่กับเจ้านายเก่าอย่างคาร์โล อันเชล็อตติ ที่เป็นคนซื้อเขามาอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวด้วย ทำให้เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผันอีกครั้ง เมื่อกุนซือชาวอิตาเลี่ยนพาทีมทำผลงานไม่ดี ทำให้ถูกบอร์ดบริหารปลดจากตำแหน่งกุนซือในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว และแต่งตั้งจุ๊ป ไฮน์เกส กุนซือจอมเก๋าเข้ามารักษาการแทน และฮาเมส โรดริเกส ยังโชคดีที่กุนซือเสือเฒ่ายังไว้วางใจให้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ช่วยพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้สำเร็จอย่างขาดลอย ทำให้ชื่อของเขากลับถูกให้ความสนใจอีกครั้ง แต่โอกาสที่จะกลับมายังดินแดนสเปนก็ยังมืดมิดเมื่อซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสยังพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกครั้ง

แต่แล้วฟ้าก็ยังเป็นใจให้กับเพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เมื่อกุนซือหัวเหม่งประกาศอำลาจากตำแหน่งเก้าอี้กุนซือซะอย่างงั้น และทีมได้แต่งตั้งจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนเข้ามาทำหน้าที่แทน และกุนซือคนใหม่แสดงความชัดเจนทันทีว่าเขาต้องการให้ฮาเมสกลับมาค้าแข้งในเมืองหลวงแห่งแดนกระทิงดุอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ถึงแม้สัญญายืมตัวของเขาจะเหลืออีก 1 ฤดูกาลก็ตาม ซึ่งตอนนี้ทางบาเยิร์น มิวนิค ก็อยากจะซื้อขาดมาค้าแข้งในเมืองเบียร์อย่างถาวรด้วย ทำให้ตอนนี้เป็นศึกแย่งชิงตัวอดีตดาวเตะของเอฟซี ปอร์โต้ซะแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าสัญญายืมตัวที่ 2 สโมสรทำขึ้นนั้นใครมีอำนาจเหนือกว่าในสิทธิ์ของฮาเมสในตอนนี้ เพราะหากในสัญญาระบุว่าหากบาเยิร์น มิวนิค ยื่นข้อเสนอในราคาที่ตกลงกันไว้ 42 ล้านยูโร เรอัล มาดริดก็ต้องยอมปล่อยนักเตะแบบไม่มีทางเลือก แต่หากไม่มีเงื่อนไขนี้ในสัญญาเรอัล มาดริดก็สามารถเรียกนักเตะกลับคืนได้ทันที