by

ไม่มีใครกลัว

    ทีม “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ถือว่าเป็นยอดทีมของยุโรปเลยก็ว่าได้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในศึกฟุตบอลยุโรป ที่ไม่มีใครสามารถโค่นพวกเขาลงได้แม้แต่ทีมเดียว โดยในยุคการคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน อดีตนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ที่ผันตัวมาเป็นกุนซือก็ได้กลายเป็นกุนซือชั้นยอดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาทำให้ทีมเรอัล มาดริด กลายเป็นทีมที่น่าเกรงขามมากๆ ในช่วงที่เขาคุมทีมอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว และกลายเป็นทีมที่แพ้ยากมากๆ และก็ได้สร้างสถิติไว้อย่างมากมาย ด้วยบารมีของเขาในสมัยที่เป็นนักเตะ รวมถึงการเป็นโค๊ชฝีมือเยี่ยม ทำให้ทีมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากตลอด 2 ปีครึ่งที่เขาคุมทีม

ถึงแม้ว่าซีเนอดีน ซีดาน จะสามารถทำให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” กลับมาคว้าแชมป์ลา ลีก้าสเปนได้เพียงแค่สมัยเดียวเท่านั้น แต่ในยามที่ลงสนามเขาก็ทำให้ทีมเล่นด้วยความดุดันมาโดยตลอด ด้วยการมีแนวรุกที่ยอดเยี่ยม และแนวทางการเล่นที่เล่นเกมรุกอย่างดุดัน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามนั้นดูเหมือนจะเกรงกลัวพวกเขาอยู่ตลอด ทำให้ทีมได้รับผลการแข่งขันที่ดีด้วย แต่ทว่ามาในฤดูกาลนี้ที่มีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็นจูเลน โลเปเตกี หรือแม้แต่กุนซือคนปัจจุบันอย่างซานติอาโก้ โซลารี่ ก็ไม่สามารถทำให้เรอัล มาดริด กลายเป็นทีมที่น่าเกรงขามได้เหมือนก่อน ทั้งการเล่นเกมรุกที่ดุดัน ซึ่งมีให้เห็นอยู่บ้างในยุคการคุมทีมของจูเลน โลเปเตกี แต่พวกเขาก็ไม่มีตัวจบสกอร์ชั้นเซียนอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ด้วย ทำให้ไม่มีใครเกรงกลัวพวกเขาอีกต่อไป และจะเห็นได้จากสถิติในฤดูกาลนี้ที่สถิติการหาโอกาสทำประตูของทีม “ราชันย์ชุดขาว” นั้นตกลงไปอย่างชัดเจน ซึ่งมันไม่ใช่เฉพาะผลจากการเปลี่ยนแปลงกุนซือเท่านั้น แต่มันเป็นผลมาจากการไม่มียอดนักเตะอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ด้วย ซึ่งค่าเฉลี่ยที่หายไปจากการขาดโรนัลโด้ก็คือประมาณ 6-7 ครั้งต่อเกม ซึ่งนั่นเป็นสถิติการหาโอกาสทำประตูโดยเฉลี่ยของกัปตันทีมชาติโปรตุเกสตลอด 9 ฤดูกาลในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว และในฤดูกาลนี้เรอัล มาดริดกลายเป็นทีมที่หาโอกาสต่อนัดได้น้อยมาก ซึ่งอย่างเกมล่าสุดที่พวกเขาบุกเอาชนะทีมน้องใหม่อย่างฮูเอสก้าได้ 1-0 พวกเขามีโอกาสทำประตูน้อยกว่าทีมรองบ่อนเป็นเท่าตัว ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเกรงกลัวพวกเขาอีกต่อไปแล้วในฤดูกาลนี้

เรียบเรียงโดย  scr918kissbyp8.com