ความเสี่ยงที่อาจคุ้มค่า

    จากกรณีที่เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปตัดสินใจขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะหมายเลข 1 องทีม และน่าจะของโลกด้วย ไปให้กับยูเวนตุสทีมดังในกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยค่าตัวประมาณ 120 ล้านยูโร ต่างก็มีกระแสข่าวต่างๆ นาๆ ว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะต้องหาตัวแทนของโรนัลโด้ เพื่อมาสวมหมายเลข 7 คนใหม่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวให้ได้ ว่าจะต้องเป็นเนย์มาร์ คิลิยัน เอ็มบัปเป้  2 ดาวเตะจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี  แต่ความหวังจริงๆ ของเรอัล มาดริด อาจจะไปอยู่ที่วินิซิอุส จูเนี่ยร์ กองหน้าดาวรุงชาวบราซิเลี่ยนวัย 18 ปี ที่เรอัล มาดริดไปเซ็นต์สัญญาจองตัวไว้ตั้งแต่พฤษภาคมปีที่แล้วก็ได้ โดยเรอัล มาดริดยอมทุ่มเงินถึง 46 ล้านยูโรเพื่อเซ็นต์สัญญากับหมอนี่ที่ตอนนั้นวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น ทำให้ยังไม่สามารถย้ายทีมข้ามประเทศได้ มาดริดเลยไปตีตราจองไว้ก่อน โดยตัดหน้าทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมที่สนใจเจ้าหมอนี่เช่นกัน และถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงอันดับ 2 ในการซื้อขายของบราซิล รองจากเนย์มาร์ตอนย้ายจากซานโตสมาอยู่กับบาร์เซโลน่า

หลังจากมีข่าวการเซ็นต์สัญญากับเรอัล มาดริด วินิซิอุส จูเนี่ยร์เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น และเริ่มมีไฮไลท์การเล่นออกมาให้ชมเรื่อยๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเด็กคนนี้ความสามารถจัดจ้านทีเดียว อยู่ที่ว่าคนเป็นโค๊ชจะใช้งานเขาอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเขาถูกมองว่าเป็นโกลเด้น บอยของวงการฟุตบอลบราซิลในยุคนี้เลยทีเดียว ต่อจากเนย์มาร์ที่เคยถูกยกย่องในช่วงที่เป็นดาวรุ่ง

ด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่วินิซิอุส จูเนี่ยร์ ก็ได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการช่วยทีมชาติบราซิลชุดยู 15 และยู 17 คว้าแชมป์โกปา อเมริกามาแล้ว และเขายังเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม และดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นต์ตอนอายุ 17 ปีด้วย ซึ่งถึงแม้กรซื้อนักเตะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยค่าตัวเกือบครึ่งร้อยล้าน อาจจะเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก แต่ดูจากทรงแล้ว หากเจ้าตัวไม่ไปทำให้ตัวเองเสียคนไปซะก่อน เรอัล มาดริดอาจจะได้ตัวแทนคริสเตียโน่ โรนัลโด้มาไว้ในมือแล้วก็ได้ เพียงแค่รอเวลาในการขัดเกลาซักหน่อย รวมถึงสั่งสมประสบการณ์ และลิ้มรสกับฟุตบอลระดับยุโรปซักนิด น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียวสำหรับดีลนี้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับจูเลน โลโปเตกี กุนซือคนใหม่ของทีมด้วยว่าจะให้โอกาสเขามากน้อยเพียงใดในฤดูกาลนี้

0 Words

อนาคตเบนเซม่า

    3 ประสานในนาม BBC ของเรอัล มาดริดได้ล่มสลายไปแล้วหลังจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรถูกขายไปให้กับยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่ในศึกกัลโช่ เซเรีย อาด้วยค่าตัว 120 ล้านปอนด์ โดยเหลือเพียงคู่หู BB อย่างแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ และคาริม เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสเท่านั้น โดยสถานการณ์ของทีมได้เปลี่ยนไปเมื่อซีเนอดีน ซีดานได้ลาออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลที่แล้ว ทำให้คาริม เบนเซม่า ไม่มีคนคอยคุ้มกะลาหัวทันที เพราะเบนเซม่าถือเป็นลูกรักคนหนึ่งของซีดาน เนื่องจากด้วยการมีสัญชาติฝรั่งเศสเหมือนกันด้วย ทำให้การเปลี่ยนกุนซือมาเป็นจูเลน โลโปเตกี ทำให้โอกาสและอนาคตของอดีตกองหน้าของโอลิมปิก ลียงสั่นคลอนทันที

แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ที่เคยตกเป็นข่าวว่าอยากย้ายทีมช่วงก่อนหน้านี้ได้เคลียร์อนาคตตัวเองในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวเรียบร้อยแล้ว หลังจากเข้าพูดคุยกับจูเลน โลโปเตกี กุนซือคนใหม่ของทีมเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของเขาในทีมในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ซึ่งหลังจากพูดคุยกันปีกพ่อมดชาวเวลส์ก็พอใจในแผนงานการทำทีม และตัดสินใจอยู่ค้าแข้งในเมืองหลวงของสเปนต่อไปทันที ทำให้ข่าวการย้ายทีมของเขาเงียบหายเข้ากรีบเมฆไปโดยปริยาย แต่ในรายของคาริม เบนเซม่านั้น ไม่ได้มีการพูดคุยกับอดีตนายใหญ่ทีมชาติสเปนแต่อย่างใด และเหมือนจะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือวัย 51 ปีด้วย แล้วยังมีข่าวมาด้วยว่าเขาได้ไปพบปะกับเจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์หนุ่มของเอซี มิลานที่อิตาลีเมื่อช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะมีการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องของการย้ายทีมก็เป็นได้

การขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไปแล้ว ทำให้พวกเขาเสียดาวยิงที่ทำประตูได้สูงสุดตลอด 9 ฤดูกาลของทีม และหากจะเสียคาริม เบนเซม่า กองหน้าวัย 30 ปี ที่ก็ทำประตูให้ทีมเกือบ 200 ประตูตลอด 9 ปีในการค้าแข้งกับทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน ทำให้พวกเขาจะต้องเสียนักเตะที่ทำประตูรวมกันกว่า 60 ประตูต่อฤดูกาลออกไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นช่องว่างที่ยากจะหาใครเข้ามาทำประตูทดแทน 2 ดาวเตะนี้ และตัวผู้เล่นในทีมตอนนี้ก็ไม่มีใครที่เป็นกองหน้าตัวเป้าได้เลย เท่ากับว่าพวกเขาโละ 2 ใน 3 ประสานตัวเก่าออก และเตรียมจะสร้าง 3 ประสานใหม่ โดยมีแกเร็ธ เบลเป็นหัวโจก ซึ่งต้องมาดูกันว่าความคิดนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่

2 Words

โอกาสของเบล

   ในวันที่ 1 กันยายนปี 2013 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของตลาดการซื้อขายนักเตะก่อนที่จะปิดตัว มีการย้ายทีมที่กลายเป็นสถิติการซื้อขายนักเตะที่แพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้นเกิดขึ้น ซึ่งก็คือเรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งสเปน ไปสอยตัวแกเร็ธ เบล ปีกฟอร์มโหดจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกที่ 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 85 ล้านปอนด์ ซึ่งทำลายสถิติการย้ายทีมของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ทำไว้ตอนปี 2009 ที่ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่เรอัล มาดริดด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ลงได้ และได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสามประสาน BBC ในแดนหน้า อันประกอบด้วยแกเร็ธ เบล คาริม เบนเซม่า และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งเป็นในยุคการคุมทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยน และในการมาค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ดาวเตะทีมชาติเวลส์ก็ประสบความสำเร็จโดยการคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ ซึ่งถึงแม้จะเป็นฤดูกาลแรก เขากลับทำได้ถึง 22 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นการทำประตูต่อฤดูกาลที่มากที่สุดแล้วในการค้าแข้งกับเรอัล มาดริดมา 5 ฤดูกาล เนื่องจากดาวเตะวัย 29 ปีประสบปัญหาบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง และแทบไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง และในบางช่วงเวลา เขาต้องตกเป็นตัวสำรองเสียด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าค่าตัวในการย้ายทีมของเขาจะแพงกว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ตาม แต่พอย้ายมาเล่นร่วมกันแล้วเขากลับถูกมองว่าเป็นเพียงพระรองของดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสเท่านั้น และดูเหมือนจะช่วยส่งเสริมให้อดีตดาวเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดูโดดเด่นเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าเขาจะมีบางนัดที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็ตาม แต่พอระยะยาวแล้วเขากลับสู้ดาวเตะเจ้าของฉายา CR7 ไม่ได้เลย แต่เบลในวัย 29 ปีมักจะโผล่มาโดดเด่นในนัดสำคัญๆ อย่างเช่นนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม และกลายเป็นฮีโร่ทำ 2 ประตู พาทีมเอาชนะลิเวอร์พูล และผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ฤดูกาลที่จะเริ่มต้นนี้จะเป็นฤดูกาลพิสูจน์ความสามารถของเขาอย่างแท้จริง หลังจากตกอยู่ใต้ร่มเงาของโรนัลโด้มาอย่างยาวนาน เนื่องจากการขาดหายไปของดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีม “ราชันย์ชุดขาว” ทำให้ดาวเตะทีมชาติเวลส์จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวความหวังสูงสุดในแดนหน้าแทนในยุคการทำทีมของจูเลน โลโปเตกี ที่เข้ามาทำทีมต่อจากซีเนอดีน ซีดาน ที่ลาออกไปหลังจบฤดูกาลที่แล้ว

2 Words

ตัวแทนโมดริช

    หลังจากที่ย้ายจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ไปค้าแข้งในลา ลีก้า สเปน กับเรอัล มาดริด ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ปี 2012 ในยุคการคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส ตั้งแต่นั้นมาเขาก็กลายเป็นนักเตะตัวหลักในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวมาโดยตลอด ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนกุนซือไปกี่คนก็ตาม และได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อหมายเลขสำคัญอย่างหมายเลข 10 อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าเขามีความสำคัญกับทีมมากพอๆ กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จอมถล่มประตูของทีมเลยทีเดียว ถึงแม้ผลงานการทำประตู หรือการแอสซิสต์จะไม่ได้โดดเด่นเหมือนอย่างกองกลางรายอื่นก็ตาม แต่เขามีส่วนสำคัญกับเกมการเล่นของทีม “ราชันย์ชุดขาว” มาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคการคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือผู้พาทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ฤดูกาล จากการคุมทีมเพียง 3 ปีเท่านั้น โดยเขาเริ่มโดดเด่นขึ้นมาเรื่อยๆ หลังจากการคุมทีมของซีดาน โดยมีคาเซมิโร่ ตัวตัดเกมชาวบราซิเลี่ยน และโทนี่ โครสส์ ตัวโฮลด์บอลชาวเยอรมัน ที่เล่นประสานงานกันได้อย่างลงตัว

แต่ด้วยวัย 32 ปีของลูก้า โมดริช ทำให้เขาถูกมองว่าอาจจะเล่นด้วยฟอร์มที่สุดยอดแบบนี้ได้อีกไม่กี่ปี ทำให้เรอัล มาดริดคงต้องมองหาตัวแทนดาวเตะยอดเยี่ยมของศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาเข้ามาเตรียมสแตนด์บาย แต่จนถึงตอนนี้ในทีม “ราชันย์ชุดขาว” ยังไม่มีนักเตะที่พอจะแทนที่โมดริชอยู่ในทีมเลย ถึงแม้พวกเขาจะมีมาเตโอ โควาซิช กองกลางรุ่นน้องทีมชาติโครเอเชีย ที่เหมือนจะถอดแบบมาจากโมดริชก็ตาม แต่เหมือนว่าจะเป็นของปลอมทำเหมือนซะมากกว่า เพราะว่าคุณภาพยังไม่ใกล้เคียงกับของจริงเลยแม้แต่น้อย หรือว่าจะเป็นดานี่ เซบาญอส เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งที่พาทีมชาติสเปนชุดยู 21 เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยู 21 ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเมื่อปี 2017 โดยเขาได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ด้วย และหลังจากนั้นเรอัล มาดริด ก็ปาดหน้าบาร์เซโลน่าคว้าลายเซ็นต์มาได้สำเร็จ แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วยังได้โอกาสลงสนามน้อยไปหน่อย แต่ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ดาวรุ่งวัย 21 ปี อาจจะได้โอกาสลงสนามมากขึ้นเมื่อกุนซือเปลี่ยนเป็นฆูเลน โลโปเตกี ที่เคยทำทีมชาติสเปนชุดเยาวชนมาก่อน ถึงแม้จะไม่ทันกันก็ตาม แต่กุนซือวัย 51 ปี ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มักให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งอยู่เสมอๆ และหากเซบาญอสทำผลงานได้ดี เรอัล มาดริดอาจจะไม่ต้องหาตัวแทนลูก้า โมดริชใหม่ก็ได้

0 Words

ศึกชิง “ฮาเมส”

     สถานการณ์ของฮาเมส โรดรเกส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก ภายในระยะเวลาเพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น จากการที่ถูกเมินไม่มีทีมสนใจทั้งเรอัล มาดริด ที่พยายามจะขายเขาออกจากทีม ส่วนทีมอื่นที่สนใจคว้าตัวก็ไม่สู้ราคาที่ทางทีม “ราชันย์ชุดขาว” ตั้งไว้ จนสุดท้ายบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีก้า เยอรมัน ตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้เรอัล มาดริดพิจารณาด้วยสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาล และออปชั่นในการซื้อขาดในภายหลังด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร หากพอใจในผลงานของดาวเตะวัย 27 ปี ซึ่งฮาเมสไม่มีทางเลือกมากนัก ทำให้ต้องไปค้าแข้งในศึกบุนเดสลีก้า โดยการไปอยู่กับเจ้านายเก่าอย่างคาร์โล อันเชล็อตติ ที่เป็นคนซื้อเขามาอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวด้วย ทำให้เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผันอีกครั้ง เมื่อกุนซือชาวอิตาเลี่ยนพาทีมทำผลงานไม่ดี ทำให้ถูกบอร์ดบริหารปลดจากตำแหน่งกุนซือในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว และแต่งตั้งจุ๊ป ไฮน์เกส กุนซือจอมเก๋าเข้ามารักษาการแทน และฮาเมส โรดริเกส ยังโชคดีที่กุนซือเสือเฒ่ายังไว้วางใจให้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ช่วยพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้สำเร็จอย่างขาดลอย ทำให้ชื่อของเขากลับถูกให้ความสนใจอีกครั้ง แต่โอกาสที่จะกลับมายังดินแดนสเปนก็ยังมืดมิดเมื่อซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสยังพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกครั้ง

แต่แล้วฟ้าก็ยังเป็นใจให้กับเพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เมื่อกุนซือหัวเหม่งประกาศอำลาจากตำแหน่งเก้าอี้กุนซือซะอย่างงั้น และทีมได้แต่งตั้งจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนเข้ามาทำหน้าที่แทน และกุนซือคนใหม่แสดงความชัดเจนทันทีว่าเขาต้องการให้ฮาเมสกลับมาค้าแข้งในเมืองหลวงแห่งแดนกระทิงดุอีกครั้งในฤดูกาลนี้ ถึงแม้สัญญายืมตัวของเขาจะเหลืออีก 1 ฤดูกาลก็ตาม ซึ่งตอนนี้ทางบาเยิร์น มิวนิค ก็อยากจะซื้อขาดมาค้าแข้งในเมืองเบียร์อย่างถาวรด้วย ทำให้ตอนนี้เป็นศึกแย่งชิงตัวอดีตดาวเตะของเอฟซี ปอร์โต้ซะแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าสัญญายืมตัวที่ 2 สโมสรทำขึ้นนั้นใครมีอำนาจเหนือกว่าในสิทธิ์ของฮาเมสในตอนนี้ เพราะหากในสัญญาระบุว่าหากบาเยิร์น มิวนิค ยื่นข้อเสนอในราคาที่ตกลงกันไว้ 42 ล้านยูโร เรอัล มาดริดก็ต้องยอมปล่อยนักเตะแบบไม่มีทางเลือก แต่หากไม่มีเงื่อนไขนี้ในสัญญาเรอัล มาดริดก็สามารถเรียกนักเตะกลับคืนได้ทันที

0 Words

เคย์ลอร์ นาบาส นายประตูที่ถูกมองข้าม

    “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลยุโรปในเวลานี้ ตกเป็นข่าวว่าต้องการคว้าตัวผู้รักษาประตูระดับโลกเข้ามายังถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวโดยตลอด หลังจากที่หมดยุคของอิเกร์ กาซิยาส นายประตูระดับตำนานของสโมสร ที่ย้ายออกจากทีมไปอยู่กับเอฟซี ปอร์โต้ เมื่อปี 2015 ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูจอมหนึบทีมชาติคอสตาริก้าอยู่ในทีมแล้วก็ตาม

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ซึ่งชื่นชอบการซื้อนักเตะที่จะสร้างความฮือฮาให้กับสโมสร และมองหานักเตะระดับโลกมาร่วมงานด้วยอยู่ตลอดเวลา ตกเป็นข่าวว่าต้องการผู้รักษาประตูชั้นนำมาร่วมทีมโดยตลอด โดยเฉพาะดาบิด เด เกอา ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติสเปนคนปัจจุบัน ที่ตกเป็นข่าวกับพวกเขาแทบทุกช่วงปิดฤดูกาลมาตลอด 5 ปีหลังสุด และเกือบได้ตัวมาร่วมทีมแล้วด้วยเมื่อปี 2015 แต่ดีลดันล่มไปเสียก่อนในวันที่ตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลงพอดี ทำให้พวกเขาต้องดันเคย์ลอร์ นาบาส ขึ้นมาเป็นมือ 1 ของทีมแบบไม่มีทางเลือก แต่นายประตูที่ถูกซื้อตัวมาจากเลบานเต้หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลด้วยค่าตัวประมาณ 10 ล้านยูโรแบบไม่ได้ถูกคาดหวังมากนัก กลับทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่อยู่ในเมืองหลวงของแดนกระทิงดุ แต่ก็ยังมีข่าวว่ายังไม่เป็นที่พอใจสำหรับฝ่ายบริหารของทีม เนื่องจากชื่อชั้นของเขาไม่ใช่ระดับซุเปอร์สตาร์  ซึ่งทางนาบาสก็ไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด โดยเขายังคงตั้งใจทำงานในสนาม และเอาผลงานตอกหน้าพวกที่มาวิจารย์เขาให้หน้าหงายด้วยการเป็นมือ 1 ของทีมมาตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุดที่เรอัล มาดริดสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 3 สมัยซ้อน ซึ่งน่าจะทำให้ทีมเห็นคุณค่าและความสามารถในตัวของเขามากขึ้น แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ซัมเมอร์นี้ก็ยังมิวายว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” ยังสนใจที่จะคว้าตัวนายประตูอยู่ ทั้งอัลลัซอน เบ็คเกอร์ มือ 1 ทีมชาติบราซิลจากโรม่า และธิบอต์ กูร์ตัวส์ ประตูทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซีด้วย ซึ่งหากมีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง ทำให้โอกาสการลงสนามของประตูทีมชาติคอสตาริก้าจะเริ่มหายไปทันที และมีโอกาสสูงทีเดียวที่เขาอาจจะขอย้ายทีมก็เป็นได้ เพราะในเมื่อเขาโชว์ฟอร์มได้ดีแค่ไหน ก็ยังถูกมองข้ามเป็นเพียงผู้รักษาประตูที่คั่นเวลาเท่านั้น ซึ่งอันที่จริงวัย 31 ปีถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสดและปฏิกิริยาที่ยังดีอยู่แล้ว ยังมีประสบการณ์การอ่านเกมที่เข้ามาเติมเต็มอีกด้วย

 

1 Words

ตัวแทนโรนัลโด้

    หลังจากที่เกิดดีลช็อควงการฟุตบอล ที่ “ราชันย์ชุดขาว” ตัดสินใจรับข้อเสนอ 105 ล้านปอนด์ ของทางยูเวนตุส ที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวไปร่วมทีมแล้ว ทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมายว่าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อน จะไปสอยดาวดังรายไหนมาแทนที่ของดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสร ซึ่งมีแคนดิเดตอยู่แค่ประมาณ 3 รายเท่านั้นที่พอจะมีโอกาสที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริด จะติดต่อขอซื้อตัวมาร่วมทีม ซึ่งมีเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี ที่ก็เคยแบะท่าว่าอยากย้ายมาร่วมทีมหลายครั้งหลายหนแล้วในสมัยที่ซีเนอดีน ซีดาน ยังกุมบังเหียนอยู่ ซึ่งหากต้องการดาวเตะรายนี้จริง อาจจะต้องยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ให้กับทางทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” พิจารณา ซึ่งหากดูจากทักษะความสามารถแล้ว อาจจะไม่ตรงกับการที่เสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไป เนื่องจากดาวเตะวัย 27 ปี ไม่ใช่ผู้เล่นที่จะทำประตูได้ 30-40 ประตูต่อฤดูกาลเหมือนอย่าง CR7

รายที่ 2 ที่เป็นเป้าหมายของเรอัล มาดริดก็คือเนย์มาร์ กองหน้าจอมลีลาชาวบราซิเลี่ยนจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งเป็นนักเตะเก่าของอริตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่า และพึ่งจะย้ายทีมไปอยู่ในเมืองหลวงของกรุงปารีสฯ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกที่ 222 ล้านยูโรด้วย ทำให้อาจจะต้องใช้เงินมหาศาลหากต้องการคว้าจอมกลิ้งวัย 26 ปีรายนี้มาร่วมทีม ซึ่งทางเนย์มาร์อาจจะดีกว่าเอแดน อาซาร์ ตรงที่ในเรื่องของการตลาดที่มีคนให้ความสนใจเขาอยู่ทั่วโลก ทำให้โอกาสทำเงินจากดาวเตะบราซิลรายนี้ได้ไม่ยาก แถมเป็นกองหน้าที่มีลีลาน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัปตันทีมชาติโปรตุเกส แต่อาจจะมีจุดด้อยกว่าในเรื่องของการทำประตูเล็กน้อยเท่านั้น

ตัวเลือกสุดท้ายก็คือคิลิยัน เอ็มบัปเป้ จรวดทางเรียบทีมชาติฝรั่งเศสจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเช่นเดียวกับทางเนย์มาร์ ซึ่งจากการสำรวจแฟนบอลของเรอัล มาดริด ปรากฏว่าดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ ถูกเลือกให้เป็นดาวเตะที่แฟนบอล “ราชันย์ชุดขาว” อยากให้ทีมคว้าตัวมาแทนที่โรนัลโด้มากที่สุด หลังจากเห็นฟอร์มการเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งรายนี้เขามีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นไอดอลของเขามาตั้งแต่เด็กด้วย แต่ตอนนี้เขาดันกลายเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาไอดอลของเขา แทนที่จะมีโอกาสย้ายมาเล่นด้วยกัน แต่ติดตรงที่แชมป์จากลีก เอิง คงจะรั้งเอาไว้สุดตัว

2 Words

จาก “ซีดาน” เป็น “โลโปเตกี”

 

     เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเกินความคาดหมายอย่างยิ่งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ของเรอัล มาดริด ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานของสโมสรชาวฝรั่งเศส ที่ผันตัวจากการเป็นนักเตะมาเป็นกุนซือให้กับทีมประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจากจบฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถือว่าช็อควงการฟุตบอลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคนลาออกดันเป็นกุนซือที่ทำให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเป็นกุนซือคนแรกที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 3 สมัยซ้อน รวมถึงแชมป์ลา ลีก้า สเปน อีก 1 สมัยด้วย ทำให้ฟลอเรนติโ เปเรซ ประธานสโมสรของ “ราชันย์ชุดขาว” ต้องออกตามล่ากุนซือรายใหม่เข้ามาแทนที่ และได้ทำการแต่งตั้งจูเลน โลโปเตกี กุนซือชาวสแปนิช ที่เวลานั้นกำลังเตรียมพาทีมชาติสเปนสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โดยทางเรอัล มาดริดได้แถลงการณ์การแต่งตั้งกุนซือวัย 51 ปีก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้นเพียง 2 วันเท่านั้น หลังจากนั้นทางสมาคมฟุตบอลสเปนทราบเรื่องจึงทำการปลดโลโปเตกีพ้นจากตำแหน่งกุนซือทันที และแต่งตั้งเฟร์นานโด เอียร์โร่ เข้ามารับตำแหน่งแทน ซึ่งทำให้แคมป์ทีมชาติสเปนวุ่นวายกันยกใหญ่เลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ขั้นตอนต่อไปที่กำลังจะตามมาก็คือการเปลี่ยนแปลงตัวนักเตะ และบรรดาซุเปอร์สตาร์ของทีมที่จะย้ายเข้าย้ายออก โดยกระแสล่าสุดที่ตกเป็นข่าวอย่างหนักก็คือสโมสรเตรียมพิจารณาปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ของทีม โดยมียูเวนตุสที่พร้อมยื่นข้อเสนอ 100 ล้านยูโรให้กับทีม “ราชันย์ชุดขาว” พิจารณา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะตอบตกลงมากทีเดียว โดยบอร์ดบริหารเตรียมเล็งหาตัวตายตัวแทนเข้ามาแล้วด้วย โดยได้เล็งไปที่เนย์มาร์ กองหน้าชาวบราซิเลี่ยน และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสองหัวหอกจากทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงในฝรั่งเศส โดยตอนนี้พวกเขาได้เพียงอัลบาโร่ โอดิโอโซล่า แบ็คขวาดาวรุ่งจากแอตเลติก บิลเบามาเพียงรายเดียวเท่านั้นที่เป็นบิ๊กแนม

ความสำเร็จก้อนใหญ่ที่ซีเนอดีน ซิดานทิ้งร่องรอยเอาไว้มันสูงมาก ทำให้ความกดดันมาตกกับกุนซือที่จะเข้ามาแทนที่อย่างจูเลน โลโปเตกีโดยปริยาย ซึ่งก็เหมือนกับการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ และด้วยการบริหารงานสไตล์ฟลอเรนติโน่ เปเรซแล้ว ที่มักไม่ชอบการรอคอยอะไรนานๆ หากฤดูกาลนี้โลโปเตกีไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือละก็ ผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริดในฤดูกาลหน้าอาจจะไม่ใช่กุนซือที่ชื่อจูเลน โลโปเตกีก็ได้

 

1 Words