เคย์ลอร์ นาบาส นายประตูที่ถูกมองข้าม

    “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลยุโรปในเวลานี้ ตกเป็นข่าวว่าต้องการคว้าตัวผู้รักษาประตูระดับโลกเข้ามายังถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวโดยตลอด หลังจากที่หมดยุคของอิเกร์ กาซิยาส นายประตูระดับตำนานของสโมสร ที่ย้ายออกจากทีมไปอยู่กับเอฟซี ปอร์โต้ เมื่อปี 2015 ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูจอมหนึบทีมชาติคอสตาริก้าอยู่ในทีมแล้วก็ตาม

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ซึ่งชื่นชอบการซื้อนักเตะที่จะสร้างความฮือฮาให้กับสโมสร และมองหานักเตะระดับโลกมาร่วมงานด้วยอยู่ตลอดเวลา ตกเป็นข่าวว่าต้องการผู้รักษาประตูชั้นนำมาร่วมทีมโดยตลอด โดยเฉพาะดาบิด เด เกอา ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติสเปนคนปัจจุบัน ที่ตกเป็นข่าวกับพวกเขาแทบทุกช่วงปิดฤดูกาลมาตลอด 5 ปีหลังสุด และเกือบได้ตัวมาร่วมทีมแล้วด้วยเมื่อปี 2015 แต่ดีลดันล่มไปเสียก่อนในวันที่ตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลงพอดี ทำให้พวกเขาต้องดันเคย์ลอร์ นาบาส ขึ้นมาเป็นมือ 1 ของทีมแบบไม่มีทางเลือก แต่นายประตูที่ถูกซื้อตัวมาจากเลบานเต้หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลด้วยค่าตัวประมาณ 10 ล้านยูโรแบบไม่ได้ถูกคาดหวังมากนัก กลับทำผลงานได้อย่างสุดยอดมาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่อยู่ในเมืองหลวงของแดนกระทิงดุ แต่ก็ยังมีข่าวว่ายังไม่เป็นที่พอใจสำหรับฝ่ายบริหารของทีม เนื่องจากชื่อชั้นของเขาไม่ใช่ระดับซุเปอร์สตาร์  ซึ่งทางนาบาสก็ไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด โดยเขายังคงตั้งใจทำงานในสนาม และเอาผลงานตอกหน้าพวกที่มาวิจารย์เขาให้หน้าหงายด้วยการเป็นมือ 1 ของทีมมาตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุดที่เรอัล มาดริดสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 3 สมัยซ้อน ซึ่งน่าจะทำให้ทีมเห็นคุณค่าและความสามารถในตัวของเขามากขึ้น แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ซัมเมอร์นี้ก็ยังมิวายว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” ยังสนใจที่จะคว้าตัวนายประตูอยู่ ทั้งอัลลัซอน เบ็คเกอร์ มือ 1 ทีมชาติบราซิลจากโรม่า และธิบอต์ กูร์ตัวส์ ประตูทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซีด้วย ซึ่งหากมีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง ทำให้โอกาสการลงสนามของประตูทีมชาติคอสตาริก้าจะเริ่มหายไปทันที และมีโอกาสสูงทีเดียวที่เขาอาจจะขอย้ายทีมก็เป็นได้ เพราะในเมื่อเขาโชว์ฟอร์มได้ดีแค่ไหน ก็ยังถูกมองข้ามเป็นเพียงผู้รักษาประตูที่คั่นเวลาเท่านั้น ซึ่งอันที่จริงวัย 31 ปีถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสดและปฏิกิริยาที่ยังดีอยู่แล้ว ยังมีประสบการณ์การอ่านเกมที่เข้ามาเติมเต็มอีกด้วย

 

1 Words

ตัวแทนโรนัลโด้

    หลังจากที่เกิดดีลช็อควงการฟุตบอล ที่ “ราชันย์ชุดขาว” ตัดสินใจรับข้อเสนอ 105 ล้านปอนด์ ของทางยูเวนตุส ที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวไปร่วมทีมแล้ว ทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมายว่าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อน จะไปสอยดาวดังรายไหนมาแทนที่ของดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสร ซึ่งมีแคนดิเดตอยู่แค่ประมาณ 3 รายเท่านั้นที่พอจะมีโอกาสที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริด จะติดต่อขอซื้อตัวมาร่วมทีม ซึ่งมีเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กทีมชาติเบลเยี่ยมของเชลซี ที่ก็เคยแบะท่าว่าอยากย้ายมาร่วมทีมหลายครั้งหลายหนแล้วในสมัยที่ซีเนอดีน ซีดาน ยังกุมบังเหียนอยู่ ซึ่งหากต้องการดาวเตะรายนี้จริง อาจจะต้องยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ให้กับทางทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” พิจารณา ซึ่งหากดูจากทักษะความสามารถแล้ว อาจจะไม่ตรงกับการที่เสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไป เนื่องจากดาวเตะวัย 27 ปี ไม่ใช่ผู้เล่นที่จะทำประตูได้ 30-40 ประตูต่อฤดูกาลเหมือนอย่าง CR7

รายที่ 2 ที่เป็นเป้าหมายของเรอัล มาดริดก็คือเนย์มาร์ กองหน้าจอมลีลาชาวบราซิเลี่ยนจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งเป็นนักเตะเก่าของอริตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่า และพึ่งจะย้ายทีมไปอยู่ในเมืองหลวงของกรุงปารีสฯ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกที่ 222 ล้านยูโรด้วย ทำให้อาจจะต้องใช้เงินมหาศาลหากต้องการคว้าจอมกลิ้งวัย 26 ปีรายนี้มาร่วมทีม ซึ่งทางเนย์มาร์อาจจะดีกว่าเอแดน อาซาร์ ตรงที่ในเรื่องของการตลาดที่มีคนให้ความสนใจเขาอยู่ทั่วโลก ทำให้โอกาสทำเงินจากดาวเตะบราซิลรายนี้ได้ไม่ยาก แถมเป็นกองหน้าที่มีลีลาน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัปตันทีมชาติโปรตุเกส แต่อาจจะมีจุดด้อยกว่าในเรื่องของการทำประตูเล็กน้อยเท่านั้น

ตัวเลือกสุดท้ายก็คือคิลิยัน เอ็มบัปเป้ จรวดทางเรียบทีมชาติฝรั่งเศสจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงเช่นเดียวกับทางเนย์มาร์ ซึ่งจากการสำรวจแฟนบอลของเรอัล มาดริด ปรากฏว่าดาวรุ่งวัย 19 ปีรายนี้ ถูกเลือกให้เป็นดาวเตะที่แฟนบอล “ราชันย์ชุดขาว” อยากให้ทีมคว้าตัวมาแทนที่โรนัลโด้มากที่สุด หลังจากเห็นฟอร์มการเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งรายนี้เขามีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นไอดอลของเขามาตั้งแต่เด็กด้วย แต่ตอนนี้เขาดันกลายเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาไอดอลของเขา แทนที่จะมีโอกาสย้ายมาเล่นด้วยกัน แต่ติดตรงที่แชมป์จากลีก เอิง คงจะรั้งเอาไว้สุดตัว

2 Words

จาก “ซีดาน” เป็น “โลโปเตกี”

 

     เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเกินความคาดหมายอย่างยิ่งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ของเรอัล มาดริด ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานของสโมสรชาวฝรั่งเศส ที่ผันตัวจากการเป็นนักเตะมาเป็นกุนซือให้กับทีมประกาศลาออกจากตำแหน่งหลังจากจบฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถือว่าช็อควงการฟุตบอลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคนลาออกดันเป็นกุนซือที่ทำให้ทีม “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเป็นกุนซือคนแรกที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 3 สมัยซ้อน รวมถึงแชมป์ลา ลีก้า สเปน อีก 1 สมัยด้วย ทำให้ฟลอเรนติโ เปเรซ ประธานสโมสรของ “ราชันย์ชุดขาว” ต้องออกตามล่ากุนซือรายใหม่เข้ามาแทนที่ และได้ทำการแต่งตั้งจูเลน โลโปเตกี กุนซือชาวสแปนิช ที่เวลานั้นกำลังเตรียมพาทีมชาติสเปนสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โดยทางเรอัล มาดริดได้แถลงการณ์การแต่งตั้งกุนซือวัย 51 ปีก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้นเพียง 2 วันเท่านั้น หลังจากนั้นทางสมาคมฟุตบอลสเปนทราบเรื่องจึงทำการปลดโลโปเตกีพ้นจากตำแหน่งกุนซือทันที และแต่งตั้งเฟร์นานโด เอียร์โร่ เข้ามารับตำแหน่งแทน ซึ่งทำให้แคมป์ทีมชาติสเปนวุ่นวายกันยกใหญ่เลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ขั้นตอนต่อไปที่กำลังจะตามมาก็คือการเปลี่ยนแปลงตัวนักเตะ และบรรดาซุเปอร์สตาร์ของทีมที่จะย้ายเข้าย้ายออก โดยกระแสล่าสุดที่ตกเป็นข่าวอย่างหนักก็คือสโมสรเตรียมพิจารณาปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ของทีม โดยมียูเวนตุสที่พร้อมยื่นข้อเสนอ 100 ล้านยูโรให้กับทีม “ราชันย์ชุดขาว” พิจารณา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะตอบตกลงมากทีเดียว โดยบอร์ดบริหารเตรียมเล็งหาตัวตายตัวแทนเข้ามาแล้วด้วย โดยได้เล็งไปที่เนย์มาร์ กองหน้าชาวบราซิเลี่ยน และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสองหัวหอกจากทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงในฝรั่งเศส โดยตอนนี้พวกเขาได้เพียงอัลบาโร่ โอดิโอโซล่า แบ็คขวาดาวรุ่งจากแอตเลติก บิลเบามาเพียงรายเดียวเท่านั้นที่เป็นบิ๊กแนม

ความสำเร็จก้อนใหญ่ที่ซีเนอดีน ซิดานทิ้งร่องรอยเอาไว้มันสูงมาก ทำให้ความกดดันมาตกกับกุนซือที่จะเข้ามาแทนที่อย่างจูเลน โลโปเตกีโดยปริยาย ซึ่งก็เหมือนกับการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ และด้วยการบริหารงานสไตล์ฟลอเรนติโน่ เปเรซแล้ว ที่มักไม่ชอบการรอคอยอะไรนานๆ หากฤดูกาลนี้โลโปเตกีไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือละก็ ผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริดในฤดูกาลหน้าอาจจะไม่ใช่กุนซือที่ชื่อจูเลน โลโปเตกีก็ได้

 

1 Words